posttoday
จับทิศค่าเงิน...จับตาประเด็นการเมือง

จับทิศค่าเงิน...จับตาประเด็นการเมือง

26 พฤษภาคม 2557

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-32.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นทิศทางที่ปรับอ่อนค่ามากขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ประเด็นที่ยังให้น้ำหนักมากอยู่คือ ปัจจัยการเมืองในประเทศว่าพัฒนาการทางการเมืองจะออกมาในรูปแบบใด หลังประกาศของกองทัพไทยประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-32.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นทิศทางที่ปรับอ่อนค่ามากขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ประเด็นที่ยังให้น้ำหนักมากอยู่คือ ปัจจัยการเมืองในประเทศว่าพัฒนาการทางการเมืองจะออกมาในรูปแบบใด หลังประกาศของกองทัพไทยประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พบว่านักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักเรื่องความเสี่ยงของประเทศเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความเห็นเพิ่มเติมของสถาบันจัดอันดับเครดิตที่อาจออกมา น่าจะเป็นแรงกดดันค่าเงินบาทให้ยังเคลื่อนไหวในแนวโน้มที่อ่อนค่าอยู่

สำหรับประเด็นอื่น ได้แก่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทย อาทิ ตัวเลขการส่งออกของเดือน เม.ย. การรายงานข้อมูลรายเดือนของแบงก์ชาติ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพของจุดเริ่มต้นไตรมาส 2 ของปีนี้มากขึ้น ด้านประเด็นต่างประเทศนั้นไม่มีปัจจัยที่โดดเด่นมีเพียงแต่ตัวเลขเศรษฐกิจจากสหรัฐ อาทิ ตัวเลข GDP ของไตรมาสแรก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค การใช้จ่ายและรายได้ของผู้บริโภค

ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทต้นสัปดาห์ที่ 32.48 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าไม่ตอบสนองต่อการประกาศตัวเลข GDP ที่ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวังมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่นักวิเคราะห์ได้ประเมินไว้แล้วว่าน่าจะเห็นการหดตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี

หลังจากนั้นค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในวันอังคารไปแตะระดับอ่อนค่าสุดที่ 32.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังกองทัพประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งได้สร้างความประหลาดใจให้แก่นักลงทุนโดยรวมแต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก ทั้งนี้ มุมมองด้านความเสี่ยงของประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนจากค่าประกันความเสี่ยง CDS อายุ 5 ปี ที่ปรับขึ้น 0.05% ภายในวันเดียวมาอยู่ที่ประมาณ 1.31% นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับประเทศที่มีอันดับเครดิตใกล้เคียงกับประเทศไทยจะเห็นได้ว่า ค่าประกันความเสี่ยงของไทยอยู่ในระดับที่สูงกว่าประมาณ 0.40% โดยในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 32.60 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.) การปรับอ่อนค่าของค่าเงินบาทนั้น นอกจากเป็นการปรับอ่อนค่าตามมุมมองความเสี่ยงของประเทศที่ปรับสูงขึ้นแล้ว ยังเป็นเพราะการไหลออกของเงินทุนจากต่างประเทศจากแรงขายในตลาดหุ้น ซึ่งนักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิประมาณ 1.95 หมื่นล้านบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่ในตลาดพันธบัตร แม้นักลงทุนยังซื้อสุทธิอยู่ แต่เห็นมุมมองด้านความเสี่ยงที่ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนจากต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล และของบริษัทผ่านหุ้นกู้ที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะในระยะยาวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในสัปดาห์นี้หุ้นกู้ในตลาดรองที่มีปริมาณการซื้อขายกันมากในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มอายุประมาณ 1 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A+ อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 2.953% กลุ่มอายุประมาณ 3.5 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 4.454.50% และกลุ่มอายุประมาณ 9.5 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A+ อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 4.80-4.83% สำหรับในตลาดแรกนั้น มีการเสนอขายหุ้นกู้กลุ่มธนาคาร อันดับเครดิต AAA อายุ 2-3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.92-3.24% จำนวน 6,000 ล้านบาท และหุ้นกู้กลุ่มลิสซิ่ง อันดับเครดิต AAA อายุ 3-5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.24-3.94% จำนวน 8,600 ล้านบาท เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลักอื่นๆ ค่าเงินยูโร ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ ตลาดยังให้ความสำคัญเรื่องที่ธนาคารกลางยูโรโซนอาจออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมครั้งต่อไปช่วงต้นเดือน มิ.ย. เป็นแรงกดดันให้ค่าเงินยูโรยังอ่อนค่าลงอยู่ โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.3701-1.3618

ในส่วนของค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งในการประชุมนโยบายการเงินญี่ปุ่นยังคงทำนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเช่นเดิม และยังไม่มีท่าทีที่จะออกมาตรการรอบใหม่มากระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีโมเมนตัมการขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี เพราะยังเห็นความต้องการลงทุนของภาคธุรกิจในสินทรัพย์ถาวร ตามผลประกอบการของบริษัทที่อยู่ในเกณฑ์ดี และไม่เห็นเทรนด์ของการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของค่าเงินเยนอีกต่อไป ทั้งนี้ ค่าเงินเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 101.51-101.93

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ