
หุ้นเช้า26พ.ค.ลดลง7.49จุด
หุ้นไทยภาคเช้า 26 พ.ค. ดัชนีปิดที่ 1,389.35 จุด ลดลง 7.49 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,924.78 ล้านบาท
หุ้นไทยภาคเช้า 26 พ.ค. ดัชนีปิดที่ 1,389.35 จุด ลดลง 7.49 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,924.78 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวลงในช่วงเช้าวันที่ 26 พค.2556 ด้วยบรรยากาศการเมืองหลังรัฐประหารยังไม่มีความชัดเจนในทิศทาง โดยดัชนีลดลงมาปิดที่ 1,389.35 จุด ลดลง 7.49 จุดหรือลดลง 0.54% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21,924.78 ล้านบาท ดัชนีแกว่งตัวแคบระหว่าง1,388.83-1,398.44 จุด
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ดีบีเอสวิคเคอร์สมีมุมมองว่า นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศหลายกลุ่มประเมินว่าปัญหาการเมืองไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ส่วนการฟื้นตัวทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจจากนี้ไป ขึ้นกับการบริหารของคสช.ว่าจะดำเนินการด้านการปฏิรูปประเทศควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นแค่ไหน
แต่การที่คสช.เร่งกระทรวงการคลังให้เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นด้วยการเร่งดำเนินการเรื่องสำคัญ เช่น การทำงบประมาณปี 2558, เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจ่ายเงินชาวนาที่ติดค้างไว้จากโครงการรับจำนำข้าว (โดยจะเริ่มจ่าย 4 หมื่นล้านบาทในวันนี้), พิจารณาเกี่ยวกับภาษีต่างๆ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม( VAT) ภาษีรายได้นิติบุคคล ฯลฯ นับเป็นสิ่งที่ดี โดยหากบ้านเมืองและเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว นักลงทุนต่างชาติที่ไม่เข้าใจสถานการณ์อย่างไทยอย่างลึกซึ้งก็จะรู้สึกดีขึ้น ความเชื่อมั่นในไทยจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมาแม้ว่าจะยังไม่ได้ทั้งหมดในระยะเวลาอันสั้นก็ตาม
สำหรับปัจจัยภายนอกวันนี้มีน้ำหนักค่อนไปทางบวก โดยยอดขายบ้านใหม่เดือนเม.ย.ของสหรัฐปรับขึ้นดีกว่าคาด ในทางปัจจัยพื้นฐานยังคงแนะนำทยอยซื้อลงทุนระยะกลาง-ยาวในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีในจังหวะราคาอ่อนตัว โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ AOT, BBL, KBANK, KTB, CPALL,ADVANC, DTAC, PTTGC, CPN, QH, SPALI, STEC, STPI, TTA เป็นต้น สำหรับการลงทุนตามรอบโดยใช้วิเคราะห์ทางเทคนิคมีกลยุทธ์ คือ โดยหลักเป็นการซื้อตามค่าบวก กลยุทธ์รองคือซื้ออ่อนตัว โดย SET มีพื้นที่แนวรับ 1370-1360, 1340-1330 จุด และแนวต้านระยะสั้น 1400-1400, 1430+/- จุดสำหรับหุ้นพื้นฐานที่น่าสนใจวันนี้ เป็น TTA







