posttoday
“นิก ชานน"คนรุ่นใหม่รักการลงทุน

“นิก ชานน"คนรุ่นใหม่รักการลงทุน

23 พฤษภาคม 2557

เพราะมีเป้าหมายมาตั้งแต่เด็กว่าอยากรวยอยากมีเงิน “ชานน รุ่งเรืองไพฑูรย์” หรือ “นิก” หนุ่มวัย 25 ปี ที่จบปริญญาตรีจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) แต่กลับมาทำงานในสายงานที่ตรงข้ามกับที่เรียนมาอย่างสิ้นเชิง และปัจจุบันประกอบ 3 อาชีพ คือ นักลงทุน (เทรดเดอร์) เจ้าของร้านกาแฟนิกโกะ และวิทยากรสอนเรื่องการลงทุนหุ้นทางเทคนิค

เพราะมีเป้าหมายมาตั้งแต่เด็กว่าอยากรวยอยากมีเงิน “ชานน รุ่งเรืองไพฑูรย์” หรือ “นิก” หนุ่มวัย 25 ปี ที่จบปริญญาตรีจากคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาคภาษาอังกฤษ) แต่กลับมาทำงานในสายงานที่ตรงข้ามกับที่เรียนมาอย่างสิ้นเชิง และปัจจุบันประกอบ 3 อาชีพ คือ นักลงทุน (เทรดเดอร์) เจ้าของร้านกาแฟนิกโกะ และวิทยากรสอนเรื่องการลงทุนหุ้นทางเทคนิค

เขาย้อนเล่าอดีตให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่าทำไมเริ่มลงทุนในตลาดหุ้นมาตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะคาใจตั้งแต่เด็กที่ธุรกิจครอบครัวเจอพิษวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 แม้วิถีชีวิตไม่ได้เปลี่ยนหรือไม่ได้ลำบากจากเดิม เพียงแต่ตอนนั้นความรู้สึกของเด็ก ป.2 ที่รู้สึกว่าพอไปพบคนข้างนอกในที่ที่เคยไป แต่ทำไมส่วนใหญ่มีสายตามองเขาได้เปลี่ยนแปลงไป

“นิก” อยากหลุดจากสิ่งดังกล่าว ป.4ป.5 ก็เริ่มอ่านหนังสืออัตชีวประวัตินักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของประเทศไทย เช่น เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPF) เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของไทยเบฟเวอเรจ ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบมาก และรู้สึกว่าต้องพัฒนาตัวเอง พร้อมกับเชื่อว่าคนเราต้องกล้าที่จะฉวยโอกาสเข้ามาเอง

ประสบการณ์ลงทุนหุ้นครั้งแรกเป็นการฝากเงินให้คุณแม่ไปลงทุน 5 หมื่นบาท เป็นเงินที่รวมจากแต๊ะเอีย เขาบอกว่าตอนนั้นคือแมลงเม่าชัดเจนที่ลงไปตามคำบอกต่อในหุ้นตามข่าวลือ 2 หุ้นแฝด คือ บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE กับ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) ถือเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ขายได้กำไรมา 7,000 บาท และรู้สึกว่าการลงทุนในหุ้นง่ายและดี และเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เขาพยายามศึกษาเรื่องการลงทุนจากอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยมีโอกาสได้เป็นดีเจประจำคลื่นเวอร์จิ้นฮิตได้เพียงปีครึ่งก็ต้องออก เพราะเขาต้องลดต้นทุนค่าใช้จ่ายแต่รู้สึกว่าเงินพิเศษ 12 หมื่นบาทที่ได้มาจากการทำงานหายไป จึงอยากหารายได้พิเศษ และหันไปลงทุนหุ้นชนิดที่เรียกว่าเล่นเก็งกำไรแบบรายวัน ได้กำไรหลักร้อยบาทก็เอาแล้ว เพราะถือว่านี่คือค่ากินข้าว ค่าล้างรถไป

ช่วงนั้นตลาดหุ้นกำลังบูมทำให้อยากไปลงทุนในฟิวเจอร์สผ่านตลาดซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ความที่ปกติเป็นคนสนใจเรื่องอะไรจะให้เวลาและลงมือศึกษาจริงจัง และทุกอย่างไปได้สวยจนตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่าจะต้องมีเงินให้ได้ 3 ล้านบาทก่อนจบปริญญาตรี ซึ่งช่วงที่ตลาดบูมก็ทำให้ฝันเขาเกือบเป็นจริงเพราะพอร์ตลงทุนเติบโตไปถึง 2.7 ล้านบาท แต่สุดท้ายตัวเลขดังกล่าวได้หายไปเหลือเพียงแค่ 4 แสน หลังเจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่หุ้นร่วงถ้วนหน้า ทำให้เขาต้องปิดสถานะฟิวเจอร์สและถูกบังคับขายไป

“ช่วงนั้นผมกินข้าวไม่ลง บอกพ่อกับแม่ก็ไม่ได้เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าเรามีพอร์ตลงทุนขนาดนั้น แต่ผมก็ปล่อยให้ตัวเองผิดหวังกับเรื่องเลวร้ายนั้นเพียงเวลา 2 สัปดาห์ ก็กลับมาตัดสินใจใหม่ว่าจะหันหลังให้มันแล้วกลับไปทำงานอื่นแทน หรือจะกลับมาลุยใหม่ จนได้คำตอบและสัญญากับตัวเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นจุดต่ำสุดของชีวิตแล้ว และพร้อมกับจะเริ่มต้นใหม่เพราะยังรู้สึกว่าสนุกและรักในการลงทุนในตลาดหุ้นอยู่”

“นิก” กลับมาเริ่มศึกษาเรื่องลงทุนเพิ่มและเริ่มรู้ว่าตัวเองถูกจริตกับการลงทุนแนวเทคนิคอล ตอนนั้นรู้ว่าเหมาะกับเทคนิค เพราะอธิบายเหตุผลอย่างวิทยาศาสตร์ สามารถบอกจุดซื้อหรือจุดขาย สามารถประเมินความเสี่ยงเลยว่าอยู่ตรงไหน และเทคนิคก็สามารถแก้ไขพอร์ตเขาได้ในทางที่ดีขึ้น จนวันมาพบกับ “ธำรงชัย เอกอมรวงศ์” หรือ “หยง” เพราะเป็นศิษย์รุ่นแรกที่เปิดอบรมเรื่องเทคนิคอล เหมือนเจอทางสว่างที่ทำให้เขาได้รู้ลึกขึ้น หรือต่อยอดการลงทุนในแบบของตัวเองจนปัจจุบันเขาเรียกว่า การลงทุนแบบกลยุทธ์เก็งกำไรตามแนวโน้ม (Trend Follower) ที่พยายามมองหาอะไรที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยใช้เทคนิคอลเป็นวิธีการหลัก รอเห็นสัญญาณที่ชัดเจนแล้วเกาะกระแสมันให้เต็มที่

แต่พอร์ตลงทุนของเขาไม่สามารถบอกได้ว่าหุ้นหรือฟิวเจอร์สสัดส่วนเท่าไร เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปมากกว่า และสัดส่วนที่เป็นหุ้นก็มักจะไปอิงกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัว (Single Stock Futures) ซึ่งยอมรับว่าพื้นฐานหุ้นแต่ละตัวสำคัญ แต่เขาใช้เทคนิคอลเป็นตัวจับสัญญาณ พร้อมกับหัดรอให้เป็นเพื่อโอกาสที่ดีกว่า เนื่องจากเขานิยมลงทุนระยะกลางถึงยาว หรือ 6 เดือนขึ้นไป

ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนปัจจุบันกลับมาเป็นหลักล้านบาทและเลยเป้าหมาย 3 ล้านบาทที่เคยลั่นวาจาว่าต้องทำให้ได้ก่อนจบปริญญาตรี โดยมองว่าหากมีเม็ดเงินที่พอกพูนมากกว่านี้ จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมองว่าเป็นการลงทุนที่สามารถจับต้องได้ และตั้งเป้าหมายต่อไปว่า อายุ 40 ปีจะต้องมีอิสรภาพทางการเงินให้ได้

ทว่าวันนี้ในวัย 25 ปี ที่เป็นทั้งเจ้าของธุรกิจและวิทยากรสอนการลงทุนทางเทคนิคด้วย จากเดิมเคยช่วยหยงสอนตอนนี้เขาพร้อมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า การลงทุนไม่ได้ขึ้นกับอายุหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ทุกอย่างมันมาด้วยใจ ความรักที่จะลงทุน และการลงมือการศึกษาอย่างจริงจัง แต่เพียงคนเรียนต้องเปิดใจรับในสิ่งที่เป็นตัวเขาพอ แล้วคุณจะรู้ว่าบางเรื่องเรื่องวัยวุฒิก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด และเร็วๆ นี้เขาจะมีพ็อกเก็ตบุ๊กเกี่ยวกับการลงทุนออกมาให้ได้รู้จักเขามากขึ้น

สำหรับคำแนะนำของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้ามาลงทุน ซึ่งนิกไม่อยากให้มองว่าเขาเป็นคนประสบความสำเร็จ เพียงแต่รู้ว่าตัวเองชอบในวิธีการของเทคนิคและทุ่มเทที่จะศึกษาให้ลึกอย่างจริงจัง โดยใช้หนทางของฟิวเจอร์สในการลงทุน รู้จักบริหารจัดการเงิน การลงทุน และชีวิตงานส่วนตัวได้ ทั้งหมดเริ่มจากสิ่งที่ง่ายสุดคือ ต้องเริ่มต้องจาก “การออม” เพราะนั่นเป็นหัวใจหลักที่จะนำเงินมาบริหารหรือมาลงทุนเพื่อต่อยอด และถ้าสนใจเริ่มลงทุนต้องค่อยมามองว่า “ความเสี่ยงอยู่ที่ความรู้” เพราะถ้าคุณให้เวลาศึกษาการลงทุนน้อยไปก็เกิดความเสี่ยงมากกว่าคนที่รู้และเข้าใจในสินค้านั้นอย่างลึกซึ้ง และถ้ามีพอร์ตของตัวเองแล้วให้คำนึงว่า “พอร์ตเล็กมองให้เยอะ พอร์ตใหญ่มองให้น้อย” เพราะจะทำให้เรารู้ว่าตัวเองว่าเรารู้จักพอในระดับไหน

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน