
การเมืองทุบสินเชื่อเดือนเม.ย.ทรงตัว
การเมืองทุบสินเชื่อ เม.ย. ไม่โต แบงก์เล็กแย่ตาม เช่าซื้อรถยนต์หด คาดกำไรธนาคารไตรมาส 2 ทรงตัว
การเมืองทุบสินเชื่อ เม.ย. ไม่โต แบงก์เล็กแย่ตาม เช่าซื้อรถยนต์หด คาดกำไรธนาคารไตรมาส 2 ทรงตัว
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 9 แห่งที่ศึกษา (ไม่รวมกรุงไทย) ภายหลังจากได้รายงาน ธ.พ.1.1 ประจำเดือน เม.ย. 2557 ว่าให้น้ำหนักลงทุนน้อยกว่าตลาดเพราะยอดสินเชื่อขยายตัวเพียง 0.07% เปรียบเทียบกับเดือน มี.ค. และขยายตัว 7.92% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปอย่างที่ประมาณการว่าทั้งปีจะโต 6.28% ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน เม.ย. สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 7.27 ล้านล้านบาท ขณะที่ยอดเงินฝากอยู่ที่ 7.87 ล้านล้านบาท
“เป็นเรื่องปกติเดือน เม.ย. สินเชื่อจะแผ่วเพราะหยุดยาว แต่ปีนี้ยังมีปัญหาจากการเมืองที่กดดันความเชื่อมั่นการลงทุนและการบริโภค ส่งผลชัดเจนจากการลดลงของสินเชื่อธนาคารขนาดเล็ก ทั้งธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ธนาคารธนชาต (TCAP) และบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ใหม่ที่ซบเซาตามยอดขายรถยนต์ทั้งระบบ รวมถึงการมีนโยบายชะลอการปล่อยสินเชื่อเพื่อลดความเสี่ยง”
สำหรับธนาคารขนาดใหญ่มีเพียงธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่เห็นสินเชื่อสุทธิเติบโต 0.9% จากไตรมาสก่อนหน้าจากสินเชื่อทุกกลุ่มโดยเฉพาะสินเชื่อรายใหญ่ แต่ยังเป็นสินเชื่อระยะสั้นประเภทเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ยังทรงตัว และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ลดลง 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนั้น ยังมองเชิงลบต่อศักยภาพการทำกำไรในช่วงที่เหลือของปี 2557 แม้ไตรมาสแรกกำไรยังแข็งแกร่งคิดเป็น 25% ของกำไรทั้งปี แต่ยังจำกัดอยู่เฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสามารถในการหารายได้ที่หลากหลายกว่าธนาคารเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากสินเชื่อเช่าซื้อหดตัวและต้องตั้งสำรองหนี้ฯ ระดับสูงจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ด้อยลง สำหรับผลงานงวดไตรมาส 2 ดีที่สุดน่าจะทรงตัวจากไตรมาสแรก เนื่องจากรายได้หลักทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ยังเห็นผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2557 ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมก็ได้รับแรงกดจากสินเชื่อที่ชะลอตัว ขณะที่การตั้งสำรองหนี้ฯ ยังทรงตัวสูงใกล้เคียงกับไตรมาสแรก
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า 8 แบงก์ที่วิเคราะห์ คือ BBL, BAY, KBANK, KTB, SCB, TCAP, TISCO, TMB มีสินเชื่อทรงตัวจากเดือน มี.ค. แต่ยังเพิ่มขึ้น 7.9% จากเดือน เม.ย.ปีที่ผ่านมา เพราะมีวันหยุดมาก ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอและธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อด้วย
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในไตรมาส 2 สินเชื่อสุทธิจะทรงๆ แต่มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ถ้าหากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจบลงได้ภายในไตรมาส 2 โดยสินเชื่อที่คาดว่าจะฟื้นตัวเร็ว คือ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะหลายธุรกิจรอที่จะลงทุนใหม่หรือขยายการลงทุนในโครงการเดิมอยู่แล้ว คาดว่าทั้งปีสินเชื่อจะขยายตัว 5.8%
ทั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์แนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ คือ KBANK ให้ราคาพื้นฐาน 210 บาท และ BBL ราคาพื้นฐาน 228 บาท และแนะเลี่ยงธนาคารเล็กที่มีสินเชื่อเช่าซื้อ เพราะยังเสี่ยงเรื่องเอ็นพีแอลสูง







