
‘ไอพีโอ’เดินหน้าตามแผนเดิม
TAE เดินหน้าขายหุ้นไอพีโอ มองกฎอัยการศึกเป็นบวก ที่ปรึกษาการเงินยันทำตามแผนเดิม
TAE เดินหน้าขายหุ้นไอพีโอ มองกฎอัยการศึกเป็นบวก ที่ปรึกษาการเงินยันทำตามแผนเดิม
นายสมชาย โล่ห์วิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ (TAE) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าเปิดให้จองซื้อหุ้นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 296 ล้านหุ้น สำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท ลานนารีซอร์สเซส ระหว่างวันที่ 21-23 พ.ค.นี้ จำนวน 105 ล้านหุ้น และสำหรับประชาชนทั่วไป วันที่ 28-30 พ.ค.นี้ 191 ล้านหุ้น เพื่อเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 5 มิ.ย. 2557 ต่อไป
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มองการประกาศกฎอัยการศึกเชิงบวก เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยมีทางออก สถานการณ์การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าหุ้นจะปรับตัวลงบ้าง ก็น่าเป็นผลกระทบเชิงจิตวิทยาเท่านั้น
“เราหารือกับ บล.ฟินันเซียไซรัส ที่ปรึกษาทางการเงินตลอด ซึ่งเห็นในทิศทางเดียวกันว่ายังคงเดินหน้าขายไอพีโอในขั้นตอนเดิมทุกอย่าง และเชื่อว่าภาวะหุ้นที่ปรับตัวลงจะเกิดเพียงในระยะสั้นเท่านั้น” นายสมชาย กล่าว
นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ได้เดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นจังหวัดสุดท้าย พบว่าไม่มีนักลงทุนถามเรื่องความกังวลเกี่ยวกับภาวะตลาดหุ้นแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ยังคงถามถึงแผนงานการเติบโตในอนาคต ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเอทานอล
นายประเสริฐ ภัทรดิลก กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดไวเซอรี่ พลัส ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เซ็ปเป้ ผู้ผลิตเครื่องดื่มสุขภาพ บิวติ ดริ้งค์ กล่าวว่า บริษัทยังคงดำเนินการตามแผนเดิมที่คาดว่าจะเสนอขายไอพีโอ และนำบริษัท เซ็ปเป้ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในไตรมาส 2 และลูกค้าก็มองว่าทุกอย่างยังดำเนินการได้ตามปกติ ยกเว้นว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ถึงต้องกลับมาพิจารณากันอีกครั้ง
“ตอนนี้ต้องขอดูสถานการณ์ประกอบไปหลายวัน และยังเดินหน้าแผนงานเดิมทุกอย่าง ยกเว้นในกรณีที่เกิดเหตุปั่นป่วนขึ้นมาถึงจะทบทวน ตอนนี้เซ็ปเป้มีการอัพเดตงบไตรมาสแรกที่เพิ่งออกมากลางเดือน พ.ค. จึงอยู่ระหว่างรอนับหนึ่งไฟลิ่ง” นายประเสริฐ กล่าว
นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) กล่าวว่า มองมุมบวกต่อการประกาศกฎอัยการศึก เพราะทำให้เห็นทิศทางของประเทศว่าจะต้องมีทางออก และเชื่อว่าจะเป็นมุมดีต่อภาคเอกชน ทำให้เห็นว่าจะมีรัฐบาลเกิดขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนงานธุรกิจได้ชัดเจนกว่าที่ผ่านมา
บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนทุกอย่าง โดยไตรมาส 2 ยังเดินหน้ายื่นไฟลิ่งไอพีโอ 2 บริษัท และไตรมาส 3 ยื่นอีก 2 แห่ง และจะเริ่มเห็นเข้าในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4







