posttoday
ตราสารหนี้ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นตามสหรัฐ

ตราสารหนี้ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นตามสหรัฐ

20 พฤษภาคม 2557

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (12-16 พ.ค. 2557) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 360,639 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,160 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 10%

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (12-16 พ.ค. 2557) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 360,639 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,160 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 10%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 64% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 231,404 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 81,983 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,361 ล้านบาท หรือคิดเป็น 23% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 5.1 ปี) LB176A (อายุ 3.1 ปี) และ LB236A (อายุ 9.1 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 22,627 ล้านบาท 19,443 ล้านบาท และ 10,396 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB14814B (อายุ 91 วัน) CB14603A (อายุ 14 วัน) และ BOT171A (อายุ 2.7 ปี) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 23,519 ล้านบาท 23,266 ล้านบาท และ 16,081 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT155A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 633 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF185A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 365 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT14DA (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 341 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ของตราสารหนี้อายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 5 ถึง 9 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) โดยมีสาเหตุจากปริมาณการออกใหม่ (Supply) ของพันธบัตรรัฐบาลที่มีอยู่ค่อนข้างน้อย โดยตลอดทั้งเดือน พ.ค. จะไม่มีการออกประมูลพันธบัตรรุ่นอ้างอิง (Benchmark Bond) อายุ 5, 10 และ 15 ปี ขณะที่ยังมีความต้องการลงทุน (Demand) ในพันธบัตรกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง Demand ที่มีมากกว่า Supply เป็นผลทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น (Yield ลดลง)

นอกจากนี้แล้ว การลดลงของ Yield พันธบัตรสหรัฐ (US Treasury) ตามเม็ดเงินที่ไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐและเข้าสู่ตลาดพันธบัตร ส่งผลให้ Yield ของ 10 Yr – US Treasury ลดลงไปแตะระดับ 2.5% ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน นับจากเดือน ก.ค.ของปีที่ผ่านมา และมีส่วนทำให้ Yield ของพันธบัตรไทยปรับตัวลดลงด้วยเช่นกัน

นักลงทุนต่างชาติมียอด ขายสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 5,803 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 3,131 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 2,672 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 85 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน