posttoday
กนง.ประคอง"บาท"ย้ำลดดอกเบี้ยไร้ผลอุ้มศก.

กนง.ประคอง"บาท"ย้ำลดดอกเบี้ยไร้ผลอุ้มศก.

20 พฤษภาคม 2557

ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกปีนี้ ที่ติดลบ 0.6% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และลดลง 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ไม่ได้แย่เกินกว่าที่ กนง.เคยคาดการณ์ไว้ เพราะที่ผ่านมาก็มองว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวอยู่แล้วตามสถานกาณ์การเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนผู้บริโภคและนักลงทุน มาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกจะติดลบ แต่การประชุม กนง.ครั้งหน้าในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ คงไม่มีอะไรต้องหนักใจ เพราะภาวะเช่นนี้คงไม่สามารถใช้นโยบายการเงินหรือการกำหนดทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อช่วยดูแลเศรษฐกิจได้ เนื่องจากเป็นปัญหาจากการเมืองที่นักวิชาการ หรือ กนง. ทำอะไรไม่ได้

ทั้งนี้ สิ่งที่ กนง.จะทำได้ในสถานการณ์เช่นนี้คือ การดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจภาพรวม หรือดูแลสภาพคล่องและประคับประคองไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนแย่ไปกว่านี้ และไม่ให้ต่างชาติมองเศรษฐกิจไทยเลวร้ายลงไปมาก

“ในช่วงนี้ต่างชาติหรือนักลงทุนทุกคนจับจ้องมาที่เราหมด สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือ ต้องดูแลสภาพคล่องไม่ให้แย่และดูค่าเงินบาทไม่ให้เป๋ ซึ่งการเคลื่อนไหวของค่าเงินในช่วงนี้ถือว่ายังดีอยู่พอสมควร ถึงสถานการณ์บ้านเราเป็นแบบนี้ แต่ค่าเงินบาทเรายังอยู่แค่นี้ถือว่าเก่งแล้ว แต่คงยันไว้ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น นานไปคงไม่ดีนัก เพราะทุกคนกำลังจับจ้องดูเราอยู่ ถ้าเป็นอย่างนี้นานไปอาจจะไม่มีใครเชื่อถือเรา” นายณรงค์ชัย กล่าว

สำหรับค่าเงินบาทวันเดียวกันนี้ แม้ตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกจะติดลบ แต่เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 32.44 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดย กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เป็นผลจากการที่ตลาดได้ประเมินสถานการณ์ และสะท้อนความกังวลผ่านเงินบาท อ่อนค่าไปล่วงหน้าแล้ว เมื่อมีการประกาศตัวเลขที่ชัดเจนตลาดจึงไม่ตกใจ ประกอบกับจีดีพีติดลบต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ เงินบาทจึงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินบาทยังไปในทางอ่อนค่าลง เพราะเศรษฐกิจไตรมาสแรกติดลบ ทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาส ลดลงจาก 2% ในปัจจุบัน ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลไม่ได้มาจากเศรษฐกิจเติบโต แต่มาจากการนำเข้าที่ลดลงสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยที่ชะลอลงต่อเนื่อง ขณะที่มีปัจจัยภายนอกคือสหรัฐเตรียมลดมาตรการคิวอีและจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. 2558 ทำให้คาดว่าเงินทุนจะเริ่มไหลออกกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง โดยกสิกรไทย ประเมินว่า สิ้นปีนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวระดับ 33.0033.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

“เงินบาทจะเคลื่อนไหวผูกติดกับอัตราผลตอบแทน (Yield) พันธบัตรสหรัฐระยะเวลา 10 ปี โดยเคลื่อนไหวทิศทางเดียวกันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และขณะนี้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐมีแนวโน้มปรับลดลง ค่าเงินบาทจึงมีแนวโน้มอ่อนค่าตาม ประกอบกับไทยยังมีความเสี่ยงด้านการเมือง ทำให้สินทรัพย์ไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ไม่ได้ผลตอบแทนที่สูงนัก เงินบาทจึงยังต้องอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าต่อไป” กอบสิทธิ์ กล่าว

กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินบาทเคลื่อนไหวปิดตลาดที่ระดับ 32.44 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเช้าที่เปิดตลาด 32.48 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยได้รับอานิสงส์จากสกุลเงินในภูมิภาคส่วนใหญ่ที่ปรับแข็งค่าขึ้น

โดยรวมเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 32.20-32.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้ผันผวนหนีจากกรอบนี้มากนัก เนื่องจากตลาดรอทิศทางการเมืองในประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ กล่าวว่า กลุ่มผู้ส่งออกยังไม่หนักใจกับความผันผวนของค่าเงินบาทในช่วงนี้ที่เงินทุนมีความสวิงไปมามากนัก เพราะส่วนใหญ่รับความผันผวนช่วงสั้นได้ และในระยะยาวเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง โดยอาจไปแตะที่ระดับ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปีนี้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69