
กาแฟไทย-อาเซียนระอุ ทุนเล็ก-ใหญ่เปิดศึกรับเออีซี
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ทำให้ทุนธุรกิจต่างเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก เพื่อหวังแย่งชิงเค้กก้อนใหญ่ในตลาดที่มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจกาแฟที่วันนี้มีทั้งทุนอาเซียนที่รุกเข้าไทย และทุนไทยที่ขยายออกสู่ตลาดอาเซียน เพิ่มดีกรีการแข่งขันให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
บุญเฮือง ลิดดัง รองประธานกรรมการกลุ่มบริษัท ดาวเฮือง ผู้ดำเนินธุรกิจกาแฟภายใต้แบรนด์ ดาวคอฟฟี่ กล่าวว่า แนวทางทำธุรกิจกาแฟดาวคอฟฟี่ จากนี้จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดต่างประเทศมากกว่าทำตลาดในลาว เนื่องจากมีประชากรน้อย ดังนั้น การขยายธุรกิจไปต่างประเทศจึงถือเป็นโอกาสสร้างรายได้หลักให้ธุรกิจกาแฟดาวคอฟฟี่ ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนที่บริษัทให้ความสำคัญเข้ามาทำตลาด
ผลิตภัณฑ์กาแฟที่กลุ่มบริษัท ดาวเฮือง จะนำเข้ามาทำตลาดในไทย มี 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กาแฟทรีอินวัน เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงไปถึงระดับล่าง 2.กาแฟสำเร็จรูป เน้นทำตลาดระดับบน ซึ่งคู่แข่งหลัก คือ เนสกาแฟ และ 3.ร้านกาแฟ ดาวคอฟฟี่ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนตลาดเดียวกับร้านสตาร์บัคส์
นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดร้านกาแฟปีละ 1 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละกว่า 10 ล้านบาท สาขาแรกที่เปิดให้บริการแล้ว คือ เดอะ ทรีรูม บาย ดาวคอฟฟี่ ที่ศูนย์การค้าธัญญา พาร์ค อีก 1 สาขาที่จะเปิดให้บริการปีนี้ คือ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน และ 23 เดือนข้างหน้าจะนำเข้ากาแฟกระป๋องมาทำตลาด
ขณะที่คู่แข่งในต่างประเทศเริ่มบุกมาทำตลาดในไทยมากขึ้น ร้านกาแฟในไทยเองก็เตรียมแผนตั้งรับ พร้อมขยายธุรกิจไปในภูมิภาคอาเซียนเช่นกัน แม้ว่าปัจจุบันการแข่งขันธุรกิจร้านกาแฟทั้งในไทยและต่างประเทศจะรุนแรงมากขึ้น
กรรณิการ์ ชินประสิทธิ์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารตราสินค้า บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากปี 2558 จะเปิดเออีซี บริษัทจึงต้องเตรียมรองรับการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันบริษัทนำร้านแบล็คแคนยอนเข้าไปเปิดให้บริการในต่างประเทศ 54 สาขา แบ่งเป็น อินโดนีเซีย 31 สาขา มาเลเซีย 14 สาขา ดูไบ 1 สาขา สิงคโปร์ 1 สาขา พม่า 1 สาขา กัมพูชา 2 สาขา ลาว 2 สาขา และฟิลิปปินส์ 2 สาขา ทั้งหมดอยู่ในรูปแบบแฟรนไชส์
กรรณิการ์ กล่าวว่า ในอาเซียนเหลืออีก 2 ประเทศ ที่ยังไม่ได้เข้าไปเปิดร้านแบล็คแคนยอน คือ บรูไนและเวียดนาม เนื่องจากอยู่ระหว่างหาพันธมิตรที่มีศักยภาพ ซึ่งการเปิดเออีซีที่กำลังจะเกิดปีหน้าเป็นโอกาสของผู้ประกอบการทุกรายที่จะเข้าไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ หากแบรนด์นั้นแข็งแกร่ง
วิรัตน์ เตชะนิรัติศัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรูไลฟ์สไตล์ รีเทล ผู้ดำเนินธุรกิจร้านทรูคอฟฟี่ กล่าวว่า หลังเข้าไปทดลองเปิดร้านทรูคอฟฟี่ในลาว กัมพูชา และเวียดนาม เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ายังมีโอกาสเข้าไปขยายธุรกิจอีกมาก ดังนั้น ปีนี้จึงมีแผนเข้าไปขยายสาขาใหม่อีก 5 สาขา ในประเทศพม่าและมาเลเซีย งบลงทุนสาขาละ 34 สาขา ส่วนตลาดประเทศไทยมองว่ายังมีโอกาสขยายสาขาร้านทรูคอฟฟี่อีกมากเช่นกัน โดยเฉพาะต่างจังหวัด แม้การแข่งขันของตลาดในประเทศจะเริ่มรุนแรงขึ้น หลังจากเริ่มมีร้านกาแฟต่างประเทศเข้ามาเปิดบริการเพิ่ม แต่เนื่องจากอัตราส่วนการบริโภคกาแฟยังต่ำจึงมีโอกาสขยายตลาดอีกมาก
สำหรับแผนปีนี้ บริษัทจะเปิดร้านทูคอฟฟี่สาขาใหม่ 100 สาขา ภายใต้งบลงทุน 150 ล้านบาท เป็นการขยายสาขาสูงสุดรอบ 8 ปี ที่ดำเนินธุรกิจร้านทรูคอฟฟี่ เนื่องจากต้องการให้มีรายได้โตต่อเนื่องทั้งสาขาเก่าและสาขาใหม่ ทำเลหลักที่เน้นขยายสาขา คือ สนามบิน มหาวิทยาลัย และอาคารสำนักงาน
สุมนพินทุ์ โชติกะพุกกณะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การมีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาทำตลาดกาแฟในไทยมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดี ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย ได้ลองอะไรใหม่ๆ ช่วยส่งเสริมให้วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในไทยโตขึ้น ด้านแผนการทำตลาด บริษัท สตาร์บัคส์ ยังเน้นพัฒนาสินค้าใหม่ๆ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า เพราะการที่ไทยก้าวสู่การเปิดเออีซี จะทำให้นักลงทุนต่างชาติทั้งจากอาเซียนและประเทศอื่นๆ หลั่งไหลเข้ามา ส่งผลให้ตลาดกาแฟมีอัตราเติบโตดีขึ้น ขณะเดียวกันจะเดินหน้าเปิดร้านใหม่ต่อเนื่อง ปีนี้คาดว่าจะเปิดร้านใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 20 สาขา เท่ากับปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่ร้านสตาร์บัคส์จะเดินหน้าต่อไปอีก 5 ปี เพื่อให้ธุรกิจมั่นคงยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการ 178 สาขา
จะเห็นได้ว่า แบรนด์ร้านกาแฟในอาเซียน 10 ประเทศ รวมทั้งนอกกลุ่มอาเซียน เช่น สหรัฐ ล้วนรุกหนักตลาดในไทย ทำให้การแข่งขันเครื่องดื่มกาแฟรุนแรงขึ้น แต่ภาพรวมร้านกาแฟก็จะโตขึ้นเช่นกัน และไปแย่งชิงตลาดเครื่องดื่มประเภทอื่น รวมไปถึงร้านอาหารทำให้ต้องปรับตัวกันถ้วนหน้า







