
กำไร2.19แสนล้าน
บจ.ฝีมือตก11.6%กลุ่มขนส่งแย่ที่สุด นิคมฯโกย1,525ล้าน-รับเหมา2,359ล้าน
บจ.ฝีมือตก11.6%กลุ่มขนส่งแย่ที่สุด นิคมฯโกย1,525ล้าน-รับเหมา2,359ล้าน
บจ.กำไรร่วง 11% ไตรมาสแรกทำได้ 2.19 แสนล้าน แย่ตามเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ การบินไทย ทุบขนส่ง
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยได้ทำการรวบรวมกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แต่ละแห่งในเบื้องต้น พบว่าไตรมาสแรกปีนี้ตลาดโดยรวมมีกำไรสุทธิราว 2.19 แสนล้านบาท ลดลงประมาณ 11.6% จากงวดไตรมาสแรกปีก่อนที่ 2.47 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ กลุ่มขนส่งมีกำไรสุทธิลดลงมาก ที่สุดถึง 81% ขณะที่กลุ่มสื่อสารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากที่สุด 106%
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2557 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ลงจากเดิม 3.4% สะท้อนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่คาดว่า จะสูงขึ้นในงวดไตรมาส 2 ซึ่งน่าจะทำให้กำไรตลาดหายไปราว 0.7 บาทต่อหุ้น และลดประมาณการกำไรของกลุ่มพลังงาน ลงจากเดิม 3% ซึ่งน่าจะทำให้กำไรตลาดหายไปราว 0.8 บาทต่อหุ้น
ดังนั้น ฝ่ายวิจัยอาจจะปรับลดประมาณการกำไรของตลาดลงจากเดิม 8.82 แสนล้านบาท คิดเป็นเท่ากับ 100.96 บาทต่อหุ้น ลงมาราว 2% หรือ 3% ส่งผลให้กำไรตลาด ณ สิ้นปี 2557 ลดลงมาอยู่ที่ 98.94 บาท หรือ 97.93 บาท และทำให้ดัชนีเป้าหมายสิ้นปี 2557 ลดลงเหลือราว 1,437 จุด หรือ 1,420 จุด ตามลำดับ
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรของกลุ่มขนส่งร่วงลงแรงที่สุด 81% มาจากบริษัท การบินไทย (THAI) ที่ขาดทุนสุทธิหนัก 2,634 ล้านบาท พลิกจากที่มีกำไร 8,282 ล้านบาท
“โพสต์ทูเดย์” ได้รวบรวมผลงานของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 5 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) บริษัท นวนคร (NNCL) และบริษัท สวนอุตสาหกรรม โรจนะ (ROJNA) พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 1,525.01 ล้านบาท ลดลง 8.97% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 1,675.36 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ดินลดลง
นอกจากนั้น NNCL ยังขาดทุนสุทธิ 15.05 ล้านบาท ลดลง 139.94% พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 37.68 ล้านบาท ROJNA ขาดทุนสุทธิ 78.57 ล้านบาท แย่ลง 122.41% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 350.46 ล้านบาท
ขณะที่ AMATA มีกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 231.21% เป็น 432.78 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 130.67 ล้านบาท HEMRAJ มีกำไรเพิ่มขึ้น 15.57% เป็น 1,042.11 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 901.69 ล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มนิคมฯ น้อยกว่าตลาด เนื่องจากกำไรของกลุ่มเติบโตต่ำกว่าตลาดรวม ขณะที่ หุ้นซื้อขายที่ พี/อี 11.6 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตและมูลค่าที่เหมาะสม ส่วนหุ้นที่ยังให้คำแนะนำ “ซื้อ” มีเพียง HEMRAJ ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.68 บาท ที่มีฐานรายได้มั่นคง มาจากการขายที่ดิน ค่าเช่า และการให้บริการสาธารณูปโภคที่สมดุล รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Ghecoone และ SPP1 ที่จะเข้ามาเต็มปี อีกทั้งยังมีผลตอบแทนปันผลสม่ำเสมอ 4-5% ต่อปี
“โพสต์ทูเดย์” ยังได้รวบรวมกำไรของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่มีทั้งหมด 19 บริษัท ไม่รวมบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น (ASCON) พบว่าบริษัท 18 แห่ง มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 2,359 ล้านบาท ลดลงถึง 4,989 ล้านบาท หรือ 211.48% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิ 7,324 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อนเป็นเพราะบริษัท ช.การช่าง (CK) มีกำไรสุทธิเพียง 365 ล้านบาท หายไป 4,705 ล้านบาท คิดเป็น 92.80% จากกำไรสุทธิ 5,070 ล้านบาท ในระยะเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรพิเศษรวม 6,025 ล้านบาท แต่หากคิดเฉพาะรายได้จากการก่อสร้าง กลับเพิ่มขึ้น 6.21% เป็น 8,634 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้
ขณะเดียวกัน บริษัทรับเหมาฯ แห่งอื่นมีทั้งดีขึ้นและแย่ลง อาทิ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) พลิกมีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 24 ล้านบาท บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) มีกำไรสุทธิลดลง 54% เหลือ 155 ล้านบาท
สำหรับภาพโดยรวมของผลงานบริษัทรับเหมาฯ หลายแห่งมีกำไรสุทธิดีขึ้น จากการมีงานในมืออยู่จำนวนมาก







