posttoday
เศรษฐกิจไทยถดถอย

เศรษฐกิจไทยถดถอย

17 พฤษภาคม 2557

ต่างชาติเตือนไทยเสี่ยงถดถอย จีดีพีติดลบ 2 ไตรมาส อ่อนแอสุดแพ้เพื่อนบ้านหลุดลุ่ย

ต่างชาติเตือนไทยเสี่ยงถดถอย จีดีพีติดลบ 2 ไตรมาส อ่อนแอสุดแพ้เพื่อนบ้านหลุดลุ่ย

บลูมเบิร์กออกรายงานกึ่งวิเคราะห์โดยรวบรวมความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ระบุว่า ปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อกำลังทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในอาเซียนประเทศเดียวที่เข้าสู่ภาวะถดถอย กร่อนทำลายเป้าหมายกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจ นักวิเคราะห์ชั้นนำ 12 คน โดย บลูมเบิร์กยังประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทย ในไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้ม หดตัวลง 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า ขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์จากดีบีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ และมิซูโฮะ แบงก์ กล่าวตรงกันว่า ไทยน่าจะเผชิญภาวะ หดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกันในปีนี้

นายวิษณุ วราธาน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากมิซูโฮะ แบงก์ ในสิงคโปร์ ระบุว่า ไทยอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในเชิงเทคนิค เพราะเศรษฐกิจไทยกับการเมือง ไม่อาจแยกกันได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในเมกะโปรเจกต์เพื่อปรับปรุงสาธารณูปโภคต้องหยุดชะงัก และส่งผลให้บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ส ตัดสินใจชะลอการลงทุนสร้างโรงงานในไทย

นอกจากนั้น ความไม่แน่นอนเรื่องการเลือกตั้ง ส่งผลให้บรรดาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือเริ่มคิดทบทวนเครดิตของไทย

ฟิทช์ เรทติ้งส์ และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ส่งสัญญาณเตรียมทบทวนความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจด้านการลงทุน ถ้าความวุ่นวายลากยาวเข้าสู่ไตรมาส 2

ด้านตลาดหุ้นไทยยังเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ปรับตัวลง สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

เกลนน์ แม็กไกวร์ นักเศรษฐศาสตร์จากออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ แบงก์กิ้ง กรุ๊ป ในสิงคโปร์ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นหนึ่งในประเทศที่อ่อนแอที่สุดในภูมิภาคเอเชียหากการเมืองยังคงยืดเยื้อ ปราศจากการลงทุน และขาดศักยภาพในการขยายตัว เห็นได้จากตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังลดลง ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจของบรรดานักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กยังคงเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะยังสามารถเติบโตได้ในปีนี้ แต่น่าจะโตช้าที่สุดในภูมิภาค โดยจีดีพีไทยน่าจะโตอยู่ที่ 3% เทียบกับอินโดนีเซียที่ 5.3% และฟิลิปปินส์ที่ 6.5%

สำหรับไตรมาสแรก จีดีพีไทยน่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มที่น้อยที่สุดในรอบ 2 ปี

“ความสามารถในการแข่งขันของไทยยังคงมีอยู่ แต่ระยะห่างกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกันจะหดแคบลง โดยเฉพาะการเป็นแหล่งผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม” นายวิษณุ กล่าว

ขณะที่นักวิเคราะห์ไทยค่ายบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดจีดีพีไตรมาสแรกติดลบถึง 3.5% เทียบกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาหรือลดลง 1% จากระยะเดียวกันปีก่อน ส่วนกสิกรไทยคาดลดลง 1.8% จากไตรมาส 4 แต่มีโอกาสเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสแรกปี 2556

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน