
IVLลั่นซื้อกิจการดันอีบิตดาโตเกิน25%
IVL ลั่นเดินหน้าซื้อกิจการหนุนอีบิตดาโตมากกว่ารายได้ขยาย 24-25% ปีนี้ยันไร้แผนเพิ่มทุสภาพคล่องเพียบ
IVL ลั่นเดินหน้าซื้อกิจการหนุนอีบิตดาโตมากกว่ารายได้ขยาย 24-25% ปีนี้ยันไร้แผนเพิ่มทุสภาพคล่องเพียบ
นายดีลิป กุมาร์ อากวาล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มวัตถุดิบ และ PET บริษัท อินโดรามาเวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนเพื่อเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศอีก 1 แห่ง ชื่อโครงการ Poseidon ซึ่งมีกำลังการผลิตขนาด 2.5 แสนตัน/ปี ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2557 ทั้งนี้ ยืนยันว่าแผนระยะสั้นในปีนี้ไม่มีความจำเป็นเพิ่มทุนจดทะเบียน แม้บริษัทประกาศใช้เงินจำนวนมากในการซื้อกิจการหลายแหล่งในต่างประเทศ ปัจจุบันมีสภาพคล่องสูงประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่การเข้าซื้อกิจการในตุรกี 2 แห่งก่อนหน้านี้ ได้เตรียมแหล่งเงินทุนไว้หมดแล้ว
“ระยะสั้นในปีนี้ไม่มีความจำเป็นเพิ่มทุนเพราะเรามีสภาพคล่องเพียงพอ แต่อนาคตระยะยาวคงรับปากไม่ได้หากมีโครงการดีๆ เข้ามา เพราะที่ผ่านมามีคนมาเสนอขายกิจการให้บริษัทจำนวนมากจนเราต้องปฏิเสธไปหลายโครงการ เพราะต้องการลงทุนในโครงการที่ดีให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตที่เพิ่ม” ดีลิป กล่าว
สำหรับรายได้ในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐในปี 2557 จะเติบโต 2425% จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,456 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่กำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (อีบิตดา) ในปี 2556 ทำได้ 487 ล้านเหรียญสหรัฐ จะเติบโตในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ และกำไรสุทธิน่าจะมากกว่าปีก่อนที่ 43 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการเติบโตจะมาจากผลิตภัณฑ์กลุ่ม MEG PET และผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA)
นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการมีกำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้น 12%เป็น 6.5 ล้านตัน จากปี 2556 ที่มีกำลังการผลิตที่ 5.8 ล้านตัน โดยมาจากแผนการเข้าซื้อกิจการที่อยู่กิจการในต่างประเทศในประเทศตุรกี 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ Thor ขนาดกำลังการผลิต 1.3 แสนตัน/ปี และซึ่งจะเสร็จสิ้นในเดือน พ.ค.นี้ และบริษัท SASA Polyester Sanayi A.S. (Project SILK) ซึ่งเสร็จสิ้นในเดือน มิ.ย.ก.ค.ปีนี้ กำลังผลิต 1.3 แสนตัน/ปี รวมถึงแผนการขยายกำลังผลิตของโรงงานเดิมที่เมืองร็อตเตอร์ดัมและโปแลนด์ โดยในปี 2557-2558 ตั้งลงทุนรวมไว้ที่ราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลงทุนซื้อกิจการที่ประกาศไว้และขายกำลังการผลิตของโรงงานเดิม ซึ่งไม่รวมงบลงทุนเพื่อเข้าซื้อกิจการที่อยู่ระหว่างการศึกษา
ขณะที่ในปี 2557 มีการใช้กำลังการผลิตรวมเฉลี่ยของโรงงานเพิ่มเป็นสัดส่วน 89% จากปี 2556 ที่ 85% พร้อมทั้งมีแผนจะเพิ่มอัตรากำไร โดยการผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA)ที่มีส่วนต่างราคาขายสูงกว่าสินค้าโภคภัณฑ์ถึง 50 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็นสัดส่วน 20% จากปีก่อนที่สัดส่วนที่ 17% และตั้งเป้าหมายในช่วง 23 ปีข้างหน้าสัดส่วนจะเพิ่มเป็น 25%
นอกจากนี้ สถานการณ์ผลิตภัณฑ์ PTA น่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปและแนวโน้มจะปรับดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศจีนจำนวน 6 บริษัท ซึ่งมีกำลังการผลิตถึง 60% ของตลาดรวมจะเริ่มปรับกลยุทธ์ลดกำลังการผลิตลงและหยุดการแข่งขันด้านราคาลง เพื่อให้มีกำไรเพราะในไตรมาสแรก ปี 2557 มีผลขาดทุนจากสต๊อก (Stock Loss) ขณะที่ความต้องการใช้จากตลาดสหรัฐและยุโรปยังเติบโตดี







