posttoday
หุ้นไทยเข้าตาMSCI

หุ้นไทยเข้าตาMSCI

16 พฤษภาคม 2557

บำรุงราษฎร์ควง4หุ้นเข้าวิน30พ.ค.จับบจ.มีรายได้ตปท.ทำดัชนีให้นักลงทุน

บำรุงราษฎร์ควง4หุ้นเข้าวิน30พ.ค.จับบจ.มีรายได้ตปท.ทำดัชนีให้นักลงทุน

เซอร์ไพรส์ MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยท่ามกลางการเมืองระอุ ด้าน ตลท.คลอดดัชนี บจ.มีรายได้เมืองนอก

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระพัฒนสิน (CNS) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีเซอร์ไพรส์เมื่อได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในดัชนี MSCI และหุ้นได้รับเลือกมากขึ้น ในการคำนวณดัชนี ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พ.ค.นี้ โดย บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ได้เข้าคำนวณ MSCI Global Standard Index ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดขึ้นแรง 10.34% หรือ 10.50 บาท ปิดที่ 112 บาท

สำหรับหุ้นที่ได้รับเลือกเข้า MSCI Small Cap Index มี 4 บริษัท คือ บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) บริษัท นามยง เทอร์มินัล (NYT) และบริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL)

ขณะที่ 6 หุ้นที่ถูกออกจากการคำนวณ คือ BH, บริษัท จี สตีล (GSTEL) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ (SITHAI) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI)

นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ แนะนำนักลงทุนให้หาจังหวะเทรดดิ้งสั้น เข้า MSCI เพราะเมื่อรายชื่อออกมาแล้วมักจะมีแรงซื้อเข้ามาสนับสนุน โดย BH ให้ราคาเป้าหมายที่ 90 บาท BJCHI ให้ 44 บาท MEGA 27.25 บาท NYT 19 บาท และ TTCL 40 บาท

นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินการบัญชี และนักลงทุนสัมพันธ์ TTCL กล่าวว่า หุ้นของบริษัทได้รับเลือกเข้าไปคำนวณใน MSCI นับเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศรู้จักมากขึ้น แต่บริษัทมีหน้าที่ที่ชัดเจนคือสร้างผลงานและผลตอบแทนที่เติบโตต่อเนื่องให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้น

สำหรับผลงานงวดไตรมาสแรก ปี 2557 ถือว่าเป็นไปตามที่บริษัทประมาณการไว้ โดยมีกำไรสุทธิ 206.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.34% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 185.94 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 7% เป็น 486 ล้านบาท รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจการก่อสร้างและการให้บริการ รวมถึงการปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ การตีความรายงานทางการเงินฉบับที่ 12

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภายในสิ้นปี 2557 จะได้ข้อสรุปในการจัดตั้งดัชนีหุ้นของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีสัดส่วนรายได้จากการลงทุนและการส่งออกในต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาตัดสินใจเข้าลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

“ดัชนีนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ บจ.ที่มีรายได้จากต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้พึ่งพิงแหล่งที่มาจากรายได้จากในประเทศเพียงอย่างเดียว” นายภากร กล่าว

จากข้อมูลในปี 2555 มี บจ.ไทยจำนวน 120 แห่ง ที่มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศถึง 40% ของรายได้ทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้จากการลงทุนในต่างประเทศ เทียบกับปี 2549-2555 ที่มีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 19% ต่อปี ถือเป็นการโตที่ก้าวกระโดดและสูงกว่ารายได้จากการส่งออกในช่วงเดียวที่เติบโตประมาณ 9% ต่อปี เนื่องจาก บจ.มีออกไปลงทุนขนาดใหญ่และซื้อกิจการในต่างประเทศสนับสนุนให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่การเติบโตการค้าแนวชายแดนกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังเพิ่มขึ้น

ด้านการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วง 4 เดือน (ม.ค.เม.ย.) ปี 2557 ดัชนีหุ้นเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเป็นบวกระดับ 78% รวมกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนต่างชาติได้รับผลตอบแทนรวมถึง 11% เทียบกับ 2556 ที่ดัชนีหุ้นไทยติดลบ 15% การฟื้นตัวของราคาหุ้นมีการกระจายในหลายกลุ่มและอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มที่ถูกเทขายออกมาอย่างหนักในปี 2556

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวันที่ 15 พ.ค. ดัชนีหุ้นผันผวนสูงถึง 9 จุด ก่อนจะมาปิดที่ระดับ1,395.21 จุด ลดลงเพียง 0.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายจำนวน 39,707 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 601 ล้านบาท และสถาบันในประเทศยังคงซื้อมากต่อเนื่อง 1,152 ล้านบาท เน้นการซื้อหุ้นที่มีกำไรเติบโตดี และมีการขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ตามความกังวลเรื่องกำไรจะลดลงจากการตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มและขยายสินเชื่อได้น้อยกว่าเป้าหมาย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ