posttoday
ชูโอชี้ทุนญี่ปุ่นชะลอมาไทย

ชูโอชี้ทุนญี่ปุ่นชะลอมาไทย

16 พฤษภาคม 2557

รอการเมืองนิ่งระบุ5เดือนหายไปแล้ว10%ขณะแผนปีนี้มิ.ย.เปิดสาขาที่ฟิลิปปินส์

รอการเมืองนิ่งระบุ5เดือนหายไปแล้ว10%ขณะแผนปีนี้มิ.ย.เปิดสาขาที่ฟิลิปปินส์

ชูโอ แย้มญี่ปุ่นยังชะลอลงทุนในไทยรอการเมืองนิ่ง ชี้ตั้งแต่ต้นปีเบรกแล้ว 10% หันไปฟิลิปปินส์

นายชูจิ โอคาวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชูโอ เซนโก (ประเทศไทย) บริษัทตัวแทนโฆษณาหรือเอเยนซีจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จากปัจจัยลบทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นักธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่น ยังคงชะลอการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขเม็ดเงินการลงทุนที่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ปรับตัวลดลงไป 10% และคาดว่ายังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อไปอีก หากสถานการณ์ทางการเมืองยังเป็นเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การเมืองไทยนิ่ง นักธุรกิจญี่ปุ่นก็พร้อมที่จะใช้งบลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทันที เพราะไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งในส่วนของบริษัทเองก็ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเป็นต้นแบบในการเข้าไปขยายธุรกิจประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับแผนของบริษัทในปีนี้ จะนำโมเดลการทำธุรกิจในประเทศไทย เข้าไปขยายธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ ภายหลังจากประสบความสำเร็จกับการดำเนินธุรกิจเอเยนซีโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในประเทศไทย ซึ่งในส่วนของขั้นตอนการดำเนินงานการขยายธุรกิจไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม คาดว่าประมาณเดือน มิ.ย.นี้จะแล้วเสร็จพร้อมเข้าไปดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบัน บริษัทได้ขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียแล้วจำนวน 5 ประเทศ (ไม่นับรวมประเทศไทย) ประกอบด้วย อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า และอินเดีย ซึ่งแต่ละประเทศที่ได้เข้าไปขยายธุรกิจล้วนแต่ประสบความสำเร็จน่าพอใจ โดยประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูง คือ พม่า จากแนวโน้มดังกล่าว คาดปีนี้อาจมีสัดส่วนรายได้แซงหน้าประเทศกัมพูชา

“ประเทศที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุดตอนนี้ยังคงเป็นประเทศไทย คิดเป็นอัตราส่วน 75% ที่เหลืออีก 25% เป็นสัดส่วนรายได้มาจากประเทศอื่นๆซึ่งประเทศที่สร้างรายได้รองจากไทย คือ อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า และอินเดีย” นายชูจิ กล่าว

ด้านกลยุทธ์การทำตลาดปีนี้ บริษัทจะใช้กลยุทธ์ มาร์เก็ตไทซิ่ง ซึ่งมาจาก มาร์เก็ตติ้ง สตาร์ทิจี้ และแอดเวอร์ไทซิ่ง นำมาใช้ให้บริการลูกค้า เพราะกลยุทธ์รูปแบบใหม่ดังกล่าว ไม่ได้มุ่งขยายฐานลูกค้าในธุรกิจโฆษณาเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทในด้านสื่อดิจิทัล และบริการตกแต่งศูนย์บริการลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าเข้าไปในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้งบผ่านสื่อโฆษณาค่อนข้างสูง ซึ่งหลังจากออกมาปรับแผนดำเนินธุรกิจดังกล่าว คาดสิ้นปีนี้จะมีรายได้รวม 1,600 ล้านบาท โต 5% เมื่อเทียบกับปี 2556 มีรายได้กว่า 1,500 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้กว่า 90% ยังคงมาจากบริษัทเอกชน และสัดส่วนรายได้ 70% มาจากบริษัทญี่ปุ่น 30% มาจากบริษัทไทยและบริษัทต่างชาติ

นายชูจิ กล่าวอีกว่า นอกจากจะเน้นขยายธุรกิจไปต่างประเทศแล้ว บริษัทยังมีบริษัทในเครือเปิดรองรับการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงของตลาด ประกอบด้วย บริษัท ดิจิตอล ดีเอ็นเอ ดูแลงานด้านสื่อออนไลน์ บริษัท อาร์ดีเอสเอส ดูแลงานออกแบบร้านค้าและสื่อ ณ จุดต่างๆ และบริษัท แทนแกรม แอสโซซิเอทส์ ดูแลงานที่ปรึกษาทางธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ