
อสังหาฯ อีสานอ่วมหวังบิ๊กโปรเจกต์-เอกชนฟื้น
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเวทีสัมมนาประจำปี
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเวทีสัมมนาประจำปี “วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2557” โดย สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า โครงการที่อยู่อาศัยใน จ.นครราชสีมา ที่ยังมีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 3 มีหน่วยที่อยู่ระหว่างขายตามผังโครงการ 12,940 หน่วย แบ่งเป็นบ้านจัดสรรประมาณ 9,400 หน่วย ห้องชุดประมาณ 3,100 หน่วย และบ้านพักตากอากาศประมาณ 440 หน่วย
ทั้งนี้ ในบ้านจัดสรรจำนวน 9,400 หน่วย มียอดขายแล้ว 5,300 หน่วย เหลือขายประมาณ 4,100 หน่วย ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน 3 อำเภอหลัก คือ อ.เมืองนครราชสีมา ปากช่อง และโชคชัย ส่วนอาคารชุดทั้งหมด 3,100 หน่วย เหลือขายประมาณ 1,000 หน่วย กระจุกตัวอยู่ใน อ.เมืองนครราชสีมา และใน อ.ปากช่อง เป็นหลัก
ขณะที่โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่เดือน ต.ค. 2556-เม.ย. 2557 บ้านจัดสรรมีทั้งหมด 9 โครงการ จำนวนรวม 952 หน่วย และคอนโดมิเนียม 8 โครงการ จำนวน 2,279 หน่วย โดยไม่มีโครงการใหม่ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เลย
ด้าน จ.ขอนแก่น มีหน่วยที่อยู่อาศัยในผังโครงการของผู้ประกอบการซึ่งอยู่ในระหว่างการขายทั้งสิ้นประมาณ 8,300 หน่วย แบ่งเป็นหน่วยบ้านจัดสรรประมาณ 4,000 หน่วย และหน่วยห้องชุดประมาณ 4,300 หน่วย โดยในบ้านจัดสรร 4,000 หน่วย มียอดขายแล้ว 2,400 หน่วย เหลือขายประมาณ 1,600 หน่วย
ขณะที่อาคารชุด 4,300 หน่วย มียอดขายแล้ว 700 หน่วย เหลือขายประมาณ 1,700 หน่วย โดยในช่วงเดือน ต.ค. 2556-เม.ย. 2557 โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 2 โครงการ จำนวน 204 หน่วย และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ จำนวน 60 หน่วย ไม่มีโครงการใหม่ที่เปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เช่นกัน
ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่ยังไร้ทางออกที่ชัดเจน เป็นจังหวะที่สอดรับกับการที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ภาคอีสานต้องการส่งสัญญาณให้เห็นถึงภาวะตลาดที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัจจัยการเมืองร้อนด้วยเช่นกัน
กฤช หิรัญกิจ ประธานที่ปรึกษาสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่แม้จะมีจุดชุมนุมหลักๆ อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็เป็นแรงเหวี่ยงที่ส่งมาถึงตลาดที่อยู่อาศัยตามภูมิภาคต่างๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยในส่วนของตลาดนครราชสีมา ยอดขายของโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ลดลงมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการภาคเอกชนต่างยังหวังว่าโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว เช่น โครงการมอเตอร์เวย์ รวมถึงโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่ของภาคเอกชน เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และการขยายพื้นที่ศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์ จะเป็นแรงขับสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นของ จ.นครราชสีมา ให้เดินหน้าต่อไปได้
นอกจากนี้ อสังหาฯ ท้องถิ่นเมืองโคราชล้วนมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมตลาดที่อยู่อาศัยให้ฟื้นตัวขึ้นจากภาวะชะงักงันเพราะการเมืองได้ แต่ก็ต้องเร่งปรับตัว โดย สุรเชษฐ์ วนพงศ์ทิพากร นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ภาพรวมตลาดที่ถดถอยลง จากการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำยาว เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนควรปรับตัว
“ถ้าสถานการณ์การขายไม่ดี แล้วสร้างเยอะ อาจประสบปัญหาทางการเงิน ผู้ประกอบการจึงควรหันมาสำรวจสต๊อกบ้านคอนโดฯ ในโครงการต่างๆ ของตัวเองว่ามีเท่าไร และจะจัดการอย่างไรกับสต๊อกเหล่านี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน”
ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น ชาญณรงค์บุริสตระกูล ประธานชมรมผู้ค้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบันยอดจองห้องชุดเริ่มชะลอตัวลง เพราะอุปทานเข้าสู่ตลาดเร็วและมากในขณะที่ความต้องการของตลาดมีจำกัด แม้โครงการแรกๆ ของรายใหญ่ๆ ที่เข้ามาจะมียอดขายที่ดี แต่โครงการต่อๆ ไปก็เริ่มชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างหวังการเกิดขึ้นของโครงการใหญ่ต่างๆ เช่น ศูนย์กระจายสินค้าเทสโก้ โลตัส บนพื้นที่ 160 ไร่ ใช้แรงงานคน 1,000 คน การย้ายศูนย์คอล เซ็นเตอร์ของทรูมูฟมาที่ขอนแก่น ซึ่งมีคนทำงานประมาณ 1,000 คน โครงการสวนสัตว์และสวนน้ำขนาดใหญ่ ศูนย์โรคหัวใจ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นตัวดึงให้มีคนหลั่งไหลเข้ามาสู่ขอนแก่นมากขึ้น
ภายใต้ภาวะการเมืองไร้ทางออก ยอดขายชะลอตัวหนัก แต่เสียงจากภาคเอกชนท้องถิ่นในอีสาน ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า คงรอความหวังจากการเมืองนิ่งไม่ได้แล้ว ทางรอดเดียวนั่นคือ ปรับตัว และลุ้นโครงการของภาคเอกชนขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจท้องถิ่นยังเติบโตได้







