
ทุนไทยในอินโดนีเซียรุ่ง
อุตฯเหมืองแร่ปิโตรเคมีเติบโตฉลุยแนะติวเข้มกฎหมายวัฒนธรรมก่อนบุก
อุตฯเหมืองแร่ปิโตรเคมีเติบโตฉลุยแนะติวเข้มกฎหมายวัฒนธรรมก่อนบุก
ธุรกิจไทยรุ่งในอินโดนีเซีย เหมืองแร่ปิโตรเคมีลงทุนหนัก แนะทำความเข้าใจกฎหมายวัฒนธรรม ก่อนบุก
นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นประธานสภาธุรกิจไทยอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจเข้าไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย โดยที่ผ่านมามีผู้ที่ไปลงทุนแล้วล้มเหลวจำนวนไม่มากนัก เพราะการไปลงทุนในอินโดนีเซียค่อนข้างยาก ทำให้หลายรายจะเลิกล้มแผนตั้งแต่อยู่ระหว่างการศึกษาตลาด โดยยังไม่ได้เข้าไปลงทุนจริง
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจตลาดประเทศอินโดนีเซีย แนะนำว่าจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด อาจต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อช่วยดูกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่าย ผู้ประกอบการก็ต้องเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม หากมีความตั้งใจที่จะเข้าไปเปิดตลาด หรือลงทุนทำธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเข้าไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะประสบความสำเร็จ เพราะเข้าใจขั้นตอนต่างๆ ดีแล้ว โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้ประกอบการพบคือ การไม่เข้าใจกฎหมาย และวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างจากคนไทย
“หากใครคิดว่าตัวเองเป็นรายเล็ก ไม่มีเงินทุนพอที่จะศึกษาเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ก็ถือว่ายังไม่พร้อมไปลงทุนในอินโดนีเซีย แต่หากต้องการศึกษาตลาดเองก็สามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลา ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะลงทุน” นายนิพิฐ กล่าว
ข้อมูลจากตัวแทนของรัฐบาลประเทศอินโดนีเซียระบุว่า การลงทุนของไทยในอินโดนีเซียปี 2556 มี 52 โครงการ มูลค่า 106.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงขึ้นอย่างชัดเจนจากปี 2555 ซึ่งมีการลงทุน 13 โครงการ มูลค่า 68 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และปิโตรเคมี
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการไปลงทุนในอาเซียน เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐในการเจรจาเรื่องต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกิจ แต่ตอนนี้เมื่อไม่มีรัฐบาลทำให้ไม่มีแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจน เอกชนส่วนหนึ่งจึงชะลอการลงทุนออกไปก่อน







