
SME มอนิเตอร์
วอชิงตัน — สมาพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอฟไอบี) เปิดเผยรายงานดัชนีมุมมองทางบวกของผู้ประกอบการขนาดเล็กในสหรัฐ พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8 จุด ไปอยู่ที่ 95.2 จุด ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2007 ที่เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง และยังนับเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน โดยรายงานระบุว่า 7 ปัจจัยบ่งชี้จากทั้งหมด 10 ปัจจัยบ่งชี้ของดัชนีปรับตัวดีขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่ แผนที่จะจ้างงานเพิ่ม มุมมองเป็นบวกของธุรกิจเกี่ยวกับรายได้ และการปรับเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินค้าคงคลัง กระนั้นก็ตาม เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ระบุว่า ไม่สามารถหาลูกจ้างที่มีคุณภาพเพียงพอในตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ได้
วอชิงตัน — สมาพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอฟไอบี) เปิดเผยรายงานดัชนีมุมมองทางบวกของผู้ประกอบการขนาดเล็กในสหรัฐ พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8 จุด ไปอยู่ที่ 95.2 จุด ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2007 ที่เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง และยังนับเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน โดยรายงานระบุว่า 7 ปัจจัยบ่งชี้จากทั้งหมด 10 ปัจจัยบ่งชี้ของดัชนีปรับตัวดีขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่ แผนที่จะจ้างงานเพิ่ม มุมมองเป็นบวกของธุรกิจเกี่ยวกับรายได้ และการปรับเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินค้าคงคลัง กระนั้นก็ตาม เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ระบุว่า ไม่สามารถหาลูกจ้างที่มีคุณภาพเพียงพอในตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ได้
บูคาเรสต์ — สภาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กภาคเอกชนแห่งโรมาเนีย เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ของโรมาเนีย เห็นว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจมากที่สุด ได้แก่ ความต้องการภายในประเทศที่ปรับตัวลดลง โดยเจ้าของธุรกิจถึง 70.8% เล็งเห็นถึงอุปสรรคข้อนี้ ขณะที่ 54.25% เห็นว่า ระบบการจัดเก็บภาษีที่มากเกินไป ส่วน 50.27% ระบุว่ามาจากภาวะเงินเฟ้อ โดย โอวิดิอู นิโคเลส ประธานของสภาเอสเอ็มอีโรมาเนีย ระบุว่า แม้ว่าปัญหาที่เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีระบุจะไม่ได้แตกต่างจากปีก่อน แต่ก็เห็นสัญญาณของการบริโภคภายในที่ปรับตัวดีขึ้น ทว่าการคอร์รัปชั่น ระบบราชการ และการจัดเก็บภาษีที่มากเกินไป เป็นสิ่งที่บรรดาผู้มีอำนาจควรดำเนินการปรับปรุง
ลอนดอน — สมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดีย (ซีไอไอ) ในสหราชอาณาจักรได้ออกโรงเรียกร้องให้ทางสหราชอาณาจักรเพิ่มความช่วยเหลือและความร่วมมือให้มากขึ้นกับทางอินเดีย เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ของอินเดียในการขยายเข้ามาดำเนินธุรกิจในสหราชอาณาจักร รวมไปถึงให้เอสเอ็มอีจากเมืองผู้ดีขยายเข้ามาในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดย กัญวีนา ชฎา ประธานซีไอไอในสหราชอาณาจักร ระบุว่า เอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก พร้อมแสดงความเห็นว่าเอสเอ็มอีอินเดียได้ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทว่าเมื่อพูดถึงสหราชอาณาจักร ความร่วมมือระหว่างสองชาติกลับมีไม่มากเพียงพอ







