posttoday
ตลาดหุ้นโลกเริ่มกลับมาสนใจประเทศที่ Valuation ต่ำ

ตลาดหุ้นโลกเริ่มกลับมาสนใจประเทศที่ Valuation ต่ำ

15 พฤษภาคม 2557

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นแนวโน้มการปรับพอร์ตการลงทุนมายัง Sector และประเทศที่ Valuation ต่ำ โดยในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market : DM) เราเห็นการเทขายหุ้นใน Sector ที่มีการเติบโตสูง ซึ่งซื้อขายที่ Valuation แพง และ Outperform Sector อื่นๆ มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และกลับมาลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เป็น Value Stocks มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลตอบแทนของดัชนี MSCI World Value ที่เริ่มกลับมา Outperform ดัชนี MSCI World Growth ได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค. (แผนภาพที่ 1)

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นแนวโน้มการปรับพอร์ตการลงทุนมายัง Sector และประเทศที่ Valuation ต่ำ โดยในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market : DM) เราเห็นการเทขายหุ้นใน Sector ที่มีการเติบโตสูง ซึ่งซื้อขายที่ Valuation แพง และ Outperform Sector อื่นๆ มาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และกลับมาลงทุนในหุ้นกลุ่มที่เป็น Value Stocks มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากผลตอบแทนของดัชนี MSCI World Value ที่เริ่มกลับมา Outperform ดัชนี MSCI World Growth ได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มี.ค. (แผนภาพที่ 1)

เช่นเดียวกับในหลายประเทศ เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market : EM) อีกครั้งหลังจากที่ไหลออกเป็นเวลา 14 สัปดาห์ติดต่อกันก่อนหน้านี้ เราเชื่อว่าการไหลกลับของ Fund Flow สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ดีขึ้นต่อหุ้นใน EM ซึ่ง Valuation ยังถูกกว่าหุ้นใน DM เป็นอย่างมาก การปรับพอร์ตเข้าลงทุนในประเทศที่ Valuation ต่ำ นั้นทำให้ดัชนีตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (MSCI EM และ MSCI EM FarEast) เริ่มกลับมา Outperform ตลาดพัฒนาแล้ว (MSCI DM) เช่นเดียวกัน (แผนภาพที่ 2)

เราเชื่อว่า Fund Flow จะยังคงไหลเข้า EM อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียเหนือ เนื่องจาก

1) สัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกจากกลุ่มประเทศเอเชียเหนือ โดยการส่งออกไปยังสหรัฐฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของสภาพอากาศหนาวเย็นในช่วงเดือน ธ.ค. 2556-ก.พ. 2557 และการส่งออกไปยังยุโรปและญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตัวเลขการส่งออกในเดือน เม.ย.ของไต้หวันและเกาหลีใต้ขยายตัวขึ้น 6.2% และ 9% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว

2) แนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจจีน เราเชื่อเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เนื่องจาก 1) การส่งออกที่ฟื้นตัวขึ้น 2) การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของโครงการภาครัฐ จะช่วยชดเชยการชะลอตัวของการลงทุนภาคเอกชน 3) ความตึงเครียดในภาคการเงินเริ่มผ่อนคลายลง โดยอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้เอกชนของจีนเริ่มปรับตัวลดลงในเดือน เม.ย. เนื่องจากตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ และการประกาศลดอัตราการกันสำรอง (Reserve Requirement Ratio) ของธนาคารพาณิชย์ในชนบทลง 2ppts และ 0.5ppts สำหรับธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในระบบการเงินของชนบทอีกราว 1 แสนล้านหยวน

3) ส่วนต่าง Valuation ระหว่าง DM และ EM ที่ยังอยู่ในระดับสูง

ปัจจุบันดัชนี MSCI DM ซื้อขายอยู่ที่ P/E 15.3 เท่า เทียบกับ MSCI EM ที่ 10.8 เท่า ส่วนต่างค่า P/E ระหว่างทั้งสองดัชนี นับเป็นระดับสูงสุดนับจากปี 2006

เราเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากการส่งออก ประกอบกับ Valuation ที่ยังต่ำกว่าในประเทศพัฒนาแล้วเป็นอย่างมาก จะยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้กลับมาลงทุนในภูมิภาคเอเชียเหนือได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือให้ผลตอบแทนได้ดีในปีนี้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย