
เก็งกำไรคอนโดกรุง
สิงคโปร์ลุยซื้อเน้นทำเลติดรถไฟฟ้าขายต่อทำเงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า730%
สิงคโปร์ลุยซื้อเน้นทำเลติดรถไฟฟ้าขายต่อทำเงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า730%
สิงคโปร์บุกเก็งกำไรตลาดคอนโดเมืองกรุง เน้นทำเลแนวรถไฟฟ้า ฟันกำไรสูงสุด 30%
นายสรังสี นันทพิศาล รองประธาน เรียล เอสเตท เอ็ดดูเคชั่น เซ็นเตอร์ ในเครือบริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย)เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนชาวสิงคโปร์กำลังหันทิศทางการลงทุนคอนโดมิเนียมจากเมืองโจโฮร์บะห์รู มาเลเซีย มายังกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของไทย เนื่องจากตลาดการลงทุนคอนโดมิเนียมในมาเลเซียเริ่มมีความเคลื่อนไหวน้อย ขณะที่ตลาดลงทุนคอนโดมิเนียมใน กทม. ยังพอไปได้และมีราคาถูกมาก
“นักลงทุนชาวสิงคโปร์มีเงินเก็บเหลือค่อนข้างมาก แม้กระทั่งนักลงทุนรายย่อยก็พร้อมจะลงทุนห้องชุดราคา 8-10 ล้านบาท ในไทยเพื่อเก็งกำไรต่อ ซึ่งเขาถือว่าราคานี้ถูกมาก” นายสรังสี กล่าว
ปัจจุบันนักลงทุนสิงคโปร์ไม่ค่อยนิยมลงทุนคอนโดมิเนียมในประเทศตัวเอง เนื่องจากไม่ค่อยมีห้องชุดใหม่เข้าสู่ตลาด อีกทั้งอัตราผลตอบแทน (Yield) ต่ำมาก นักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยจึงตัดสินใจออกไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ คาดว่าในตลาดมีนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชาวสิงคโปร์หลายพันราย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไทยยังมีนักลงทุนสิงคโปร์ไม่มากนัก ส่วนใหญ่นิยมซื้อคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้าตั้งแต่ช่องนนทรีเอกมัย และตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่นิยมซื้อในหัวเมืองขนาดใหญ่ รายที่ซื้อเพื่อขายต่อทันทีจะคาดหวังอัตราผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 7% บางรายซื้อแล้วเก็บไว้ 3-4 ปีค่อยขายต่อ เพื่อให้ได้กำไรไม่ต่ำกว่า 30%
ทั้งนี้ นักลงทุนสิงคโปร์มักประสบปัญหาในการลงทุนในไทย 2 ประการ 1.การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ ทำให้การลงทุนเสี่ยงจะไม่คุ้มค่า และ 2.ไม่มีนายหน้าคอยช่วยเจรจาหาห้องชุดที่เหมาะสม
นายสรังสี กล่าวอีกว่า เพื่อรองรับตลาดนักลงทุนรายย่อยชาวสิงคโปร์ที่จะเพิ่มขึ้น และรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 บริษัทจึงมีแนวคิดจะจัดตั้งเรียลเอสเตท เอ็ดดูเคชั่น เซ็นเตอร์ ขึ้น บริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ พัฒนานายหน้าอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ตลาด และตอบสนองความต้องการของบริษัท
ทั้งนี้ ศูนย์จะทยอยเจรจากับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อทำหลักสูตรและเปิดสาขาบริเวณใกล้เคียงหรือในมหาวิทยาลัย เจาะกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 เบื้องต้นจะมีหลักสูตรให้เลือก 2 รูปแบบ 1.หลักสูตรระยะสั้น 5 วัน ต่อเนื่องหลายหลักสูตร เริ่มจากหลักสูตรการเป็นนายหน้าที่ดี เข้าสู่หลักสูตรที่ลึกมากขึ้น เช่น สภาพตลาดและกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียน 2.หลักสูตรระยะยาว ให้ฝึกภาคปฏิบัติคล้ายการฝึกงานเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยทั้งสองรูปแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
“หลักสูตรนี้จะทำให้นักศึกษามีอาชีพเสริม หรือมีงานประจำ เราสามารถดึงคนที่จบหลักสูตรมาทำงานด้วย ไม่เฉพาะขายอสังหาริมทรัพย์ให้นักลงทุนในอาเซียนที่ลงทุนในไทย แต่ขายอสังหาริมทรัพย์ของอาเซียนให้คนไทยด้วย” นายสรังสี กล่าว
สำหรับอสังหาริมทรัพย์อาเซียนที่เข้ามาขายในไทย ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมในสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากมีนักลงทุนที่มีเงินเก็บจำนวนมากต้องการซื้อ
ขณะที่การพัฒนานายหน้าผ่านศูนย์ของบริษัท จะเปิดสาขาแรกบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนขยายสาขาต่อไป และคาดว่าในปี 2558 จะมีนายหน้ารุ่นเยาว์ที่จบหลักสูตรออกไป 2,000 คน และใน 5 ปีจะมีไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน คาดว่าผู้ที่จบหลักสูตรแล้วทำงานเป็นนายหน้า จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาทต่อปี







