
แนะรู้สึกกฏหมายก่อนปักธงในพม่า
พม่ายังเป็นขุมทองที่ผู้ประกอบการไทยอยากเข้าไปแสวงหาโอกาส
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
พม่ายังเป็นขุมทองที่ผู้ประกอบการไทยอยากเข้าไปแสวงหาโอกาส แต่การขุดทองครั้งนี้ก็มีอุปสรรคหลายอย่าง ซึ่งประเด็นหนึ่งก็คือ กฎหมาย ที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน
พรนภา ไทยเจริญ กรรมการหุ้นส่วน บริษัทเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายกล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศการลงทุนในประเทศพม่าเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้การลงทุนของต่างชาติ แต่พม่ายังมีปัญหาด้านข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน เช่น การขออนุญาตจะต้องทำอย่างไร ต้องติดต่อหน่วยงานใด ทุกขั้นตอนขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การตีความกฎหมายทำได้ลำบาก
ที่ผ่านมา จากประสบการณ์เห็นว่า ธุรกิจที่คนไทยอยากทำในพม่ามากที่สุดคือ การเข้าไปขายสินค้า ซึ่งการตั้งบริษัทเพื่อทำเทรดดิ้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการจึงต้องอาศัยช่องทางอื่น เช่น แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในพม่า หรือตั้งบริษัทให้บริการลูกค้า บางครั้งได้มอบให้คนท้องถิ่นถือหุ้นแทน ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความเสี่ยงจะเกิดปัญหามาก และผู้ประกอบการไทยไม่สามารถเอาชนะในแง่กฎหมายได้ ซึ่งเป็นปัญหายอดฮิตสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก
ขณะเดียวกัน การตั้งโรงงานผลิตบางส่วนโดยผลิตสินค้าบางส่วนในประเทศไทย และไปทำให้สำเร็จรูปเพื่อจำหน่ายในตลาดพม่า โดยหวังใช้ประโยชน์ด้านแรงงานนั้น ถือว่าเป็นธุรกิจก้ำกึ่งจะผิดกฎหมาย เพราะทางพม่ากังวลว่าอาจเป็นธุรกิจแฝงเพื่อขายสินค้า
“ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีปัญหาเรื่องนี้ค่อนข้างมาก บางครั้งไปทำธุรกิจที่รัฐบาลพม่าไม่อนุญาตให้ต่างชาติทำ”
อย่างไรก็ตาม การลงทุนเปิดโรงงานอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยดี เพราะมีประสบการณ์สูง เข้าไปทำธุรกิจมานานแล้ว
แต่บางครั้งก็ยังมีปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่คือ ปัญหาที่ดิน เพราะที่ดินในพม่าเป็นของรัฐบาลซึ่งจะให้สิทธิเอกชนเช่าในระยะยาว หากผู้ประกอบการต้องการเช่าที่ดินจะเช่าได้เพียงระยะสั้น 1 ปีอีกทั้งยังหาผู้มีสิทธิในการให้เช่าที่ดินได้ยาก ทำให้ผู้ประกอบการไม่มั่นใจ ยกเว้นเป็นการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้ประกอบการจะได้สิทธิเช่าที่ดิน 50 ปี เป็นต้น
นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าไปซื้อกิจการหรือเทกโอเวอร์กิจการในพม่า ต้องศึกษากฎหมายการโอนหุ้นว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกฎหมายพม่ากำหนดว่าคนพม่าห้ามขายหุ้นให้ชาวต่างชาติ ซึ่งจำเป็นต้องมีการตีความด้านกฎหมายกันอย่างรอบคอบแล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ พม่าอยู่ระหว่างการปรับแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุนกำหนดระยะเวลาขออนุมัติส่งเสริมการลงทุน 105 วัน จากเดิมไม่มีการกำหนดกรอบเวลา
ส่วนทิศทางการลงทุนของต่างชาตินั้น พรนภา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีนักลงทุนสนใจหาข้อมูล ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับพม่ามาก ซึ่งในปีนี้และในอนาคตจะเริ่มเห็นผู้สนใจกลุ่มนี้ตัดสินใจลงทุนในพม่า หรือทำธุรกิจอย่างจริงจังมากขึ้น
สอดคล้องกับการที่พม่าเริ่มให้สัมปทานโครงการลงทุนขนาดใหญ่มากขึ้น เช่น โครงการในอุตสาหกรรมไอซีที ขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งจะทำให้มีนักลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องตามเข้าไปลงทุนอีก
“พม่าเป็นประเทศเปิดใหม่ มีโอกาสมากต้องการนักลงทุนเข้าไปทำธุรกิจ ในส่วนของบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่เป็นบริษัทข้ามชาติต่างๆ ก็เข้าไปให้บริการลูกค้ามาก แต่ส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษาจากนอกประเทศ และให้นักกฎหมายท้องถิ่นดูแลกฎหมายพม่า เพราะกฎหมายบางฉบับยังเป็นภาษาท่องถิ่น แต่นักกฎหมายท้องถิ่นยังไม่สามารถให้คำปรึกษาในภาพรวมได้” พรนภา ทิ้งท้าย







