posttoday
ดีสุดสำหรับคุณแม่

ดีสุดสำหรับคุณแม่

09 พฤษภาคม 2557

สิงคโปร์มีชื่อติดทำเนียบประเทศที่ดีสำหรับคุณแม่ๆ มากที่สุดในเอเชียติดกัน 2 ปีซ้อนแล้ว

สิงคโปร์มีชื่อติดทำเนียบประเทศที่ดีสำหรับคุณแม่ๆ มากที่สุดในเอเชียติดกัน 2 ปีซ้อนแล้ว

จากการจัดอันดับดัชนีคุณแม่ปีล่าสุด ขององค์กรเซฟ เดอะ ชิลเดรน พบว่า สิงคโปร์อยู่ในอันดับ 15 จากการจัดอันดับทั้งหมด 178 ประเทศ เพื่อค้นหาว่าประเทศไหนดีสุดและแย่สุดสำหรับแม่ๆ ทั่วโลก

สิงคโปร์มีคะแนนดีที่สุด เมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียด้วยกัน โดยอันดับ 2 คือ เกาหลีใต้ ที่ตามมาห่างๆ ในอันดับ 30 ของโลก ส่วนญี่ปุ่นอยู่อันดับ 32 ตามด้วยจีนในอันดับ 61

เพื่อนบ้านในอาเซียนที่ตามหลังสิงคโปร์ คือ มาเลเซีย อยู่ในอันดับ 68 ของโลก ตามด้วยไทยที่ 72 เวียดนามอันดับ 93 ฟิลิปปินส์ 105 อินโดนีเซีย 113 ลาว 129 กัมพูชา 132 และพม่าอันดับ 157

หากดูภาพรวมทั้งหมด ประเทศที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของตาราง ส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรป อาทิ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ที่ครองตำแหน่งท็อป 3 ของโลก แม้แต่สหรัฐก็ยังติดอันดับที่ 31 ขณะที่ประเทศในแถบแอฟริกากระจุกตัวอยู่ด้านท้ายของตาราง ไม่ว่าจะเป็นไนเจอร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และโซมาเลีย

ดัชนีดังกล่าววัดจากหลากหลายปัจจัยที่สะท้อนถึงความปลอดภัยของแม่และลูกน้อย จากความเสี่ยงต่างๆ ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ เช่น สงคราม

ในแต่ละวันมีแม่ราว 800 คน และเด็ก 1.8 หมื่นคน เสียชีวิตจากสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ และราวครึ่งหนึ่งอยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งพื้นที่่มีความขัดแย้งและพื้นที่เสี่ยงหายนภัยจากธรรมชาติ จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้

สิงคโปร์มีอัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ แค่ 2.9 จากเด็ก 1,000 คน ที่เกิดและมีชีวิตรอด แถมว่าที่คุณแม่ชาวสิงคโปร์มีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ต่ำกว่าว่าที่คุณแม่ในสหรัฐถึง 10 เท่า

เพราะสิงคโปร์ทุ่มเทในเรื่องนี้ และให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยใด และมีรายได้มากน้อยแค่ไหน ก็สามารถได้รับบริการเหล่านี้ในมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน

สิงคโปร์ขึ้นชื่อเป็นประเทศที่มีระบบสาธารณสุขดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และระมัดระวังในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ นโยบายด้านสุขภาพและประกัน เพื่อให้รัฐบาลไม่ต้องแบกรับภาระในส่วนนี้มากเหมือนสหรัฐที่คุมไม่อยู่ และกลายเป็นปัญหาตามมาในที่สุด

หากใช้ความพยายามมากพอเพื่อพัฒนาบริการสำหรับแม่และเด็ก ก็จะมีส่วนช่วยลดความสูญเสียชีวิตของแม่และลูกได้ ซึ่งนี่มีส่วนสัมพันธ์กับจำนวนประชากรและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

น่าสนใจว่า ความเสี่ยงในการเสียชีวิตของว่าที่คุณแม่ลดลงถึง 80% จากปี 2543 ส่วนอัตราการตายของเด็กก็ลดลง 25% ขณะที่รายได้ของประชากรต่อคนต่อปีเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว และสัดส่วนของผู้หญิงที่เข้าไปมีบทบาทในรัฐสภาก็เพิ่มขึ้น 6 เท่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

สะท้อนว่า ความมุ่งมั่นทางการเมืองเป็นส่วนที่ช่วยขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับแม่และเด็กในสิงคโปร์

ขณะที่สถานการณ์ในฟิลิปปินส์แตกต่างออกไป ส่วนหนึ่งมาจากการที่ฟิลิปปินส์เผชิญกับภัยธรรมชาติบ่อยครั้งในแต่ละปี อย่างกรณีพายุไห่เยี่ยนที่สร้างความเสียหายอย่างมากในปีที่แล้ว และคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก

แต่กรณีของฟิลิปปินส์ไม่ได้ลงทุนในเรื่องที่จะช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุขที่จะช่วยประชาชนในยามเกิดภัยธรรมชาติ รวมถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียลง ที่สำคัญฟิลิปปินส์มีแนวโน้มที่จะเผชิญภัยธรรมชาติบ่อยครั้งมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69