posttoday
ค่ารับรอง

ค่ารับรอง

09 พฤษภาคม 2557

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ มีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “ ค่ารับรอง” ในการดูแลลูกค้าของบริษัทฯลฯเกิดขึ้นเสมอ บริษัทฯลฯสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ อย่างไร กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากค่ารับรองนั้นมีภาษีซื้อเกิดขึ้น บริษัทฯลฯจะขอคืนภาษีซื้อหรือนำมาหักภาษีขายได้หรือไม่

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ มีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “ ค่ารับรอง” ในการดูแลลูกค้าของบริษัทฯลฯเกิดขึ้นเสมอ บริษัทฯลฯสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ อย่างไร กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากค่ารับรองนั้นมีภาษีซื้อเกิดขึ้น บริษัทฯลฯจะขอคืนภาษีซื้อหรือนำมาหักภาษีขายได้หรือไม่

กฎหมายเห็นความสำคัญของรายจ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการ จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขเกี่ยวกับรายจ่ายของค่ารับรองหรือค่าบริการที่นำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษี รวมถึงภาษีซื้อของค่ารับรองหรือค่าบริการที่เกิดขึ้น สรุปได้ดังนี้

การหักรายจ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนด หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ค่ารับรองหรือค่าบริการที่จะนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทฯ จะต้องมีลักษณะดังนี้

(1) เป็นค่ารับรองหรือค่าบริการอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีธุรกิจทั่วไป และบุคคลที่ได้รับการรับรองหรือรับบริการต้องไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัทฯลฯ เว้นแต่ ลูกจ้างนั้นมีหน้าที่ในการรับรองหรือบริการนั้น และ

(2) ค่ารับรองหรือค่าบริการ ต้องเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องโดยตรงที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการของบริษัทฯ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น

หรืออาจเป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลหรือลูกค้าที่ได้รับการรับรองหรือรับบริการให้ได้ไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว ถ้าจ่ายเกินกว่า 2,000 บาท ทำได้หรือไม่ คำตอบก็คือทำได้ แต่กฎหมายให้หักค่าสิ่งของเป็นรายจ่ายทางภาษีแค่ 2,000 บาทเท่านั้น และ

(3) ค่ารับรองหรือค่าบริการจะหักเป็นรายจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 0.30 ของยอดรายได้หรือยอดขาย และหักได้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ยอดรายได้หรือยอดขายที่จะนำมาเป็นฐานในการคำนวณค่ารับรองหรือค่าบริการ หมายถึง รายได้หรือยอดขายที่บริษัทฯได้รับทั้งหมดจากการประกอบกิจการซึ่งต้องนำมารวมเป็นรายได้หรือรวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ในรอบระยะเวลาบัญชี และ

(4) ค่ารับรองหรือค่าบริการ จะต้องมีใบรับหรือหลัก ฐานของผู้รับเงิน ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อบริษัทฯ ที่ได้จ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการให้ชัดแจ้ง เพื่อป้องกันปัญหาการพิสูจน์รายจ่ายที่ได้จ่ายไป และการจ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการจะต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคลที่กล่าวมาเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่าย

ภาษีซื้อของค่ารับรอง บริษัทฯลฯที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่สามารถนำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นไปหักจากภาษีขายหรือขอคืนภาษีซื้อได้ แต่สามารถนำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ท่านสามารถศึกษาได้จากมาตรา 82 / 5 และมาตรา 65 ตรี (6ทวิ ) แห่งประมวลรัษฎากร

ค่ารับรองหรือค่าบริการที่เกิดขึ้นจากการรับรองลูกค้า จะมีประเด็นเกี่ยวกับภาษีซื้อที่เกิดขึ้นและประเด็นการหักรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีเป็นรายจ่ายที่ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่กล่าวมา ไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หากได้นำไปหักรายจ่ายแล้วอาจเสียเงินเพิ่มนอกเหนือจากภาษีต้องชำระ หรือถ้าได้นำภาษีซื้อค่ารับรองไปหักจากภาษีขายหรือขอคืนภาษี ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม เพราะภาษีซื้อค่ารับรองเป็นภาษีซื้อต้องห้าม สวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ