
ปินส์พัฒนารายย่อยรับเออีซี
หวังดันสู่ระบบห่วงโซ่การผลิตโลกยกระดับศักยภาพศก.ประเทศ
หวังดันสู่ระบบห่วงโซ่การผลิตโลกยกระดับศักยภาพศก.ประเทศ
ฟิลิปปินส์เร่งดันรายย่อยเป็นส่วนหนึ่งในระบบห่วงโซ่การผลิต หวังยกขีดความสามารถก่อนเข้าเออีซี
สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งฟิลิปปินส์ (พีซีซีไอ) ออกโรงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเร่งพัฒนาภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศ โดยผ่านทางการสนับสนุนให้เข้ามามีส่วนในระบบห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งในกระบวนการผลิตและการบริการ เนื่องจากเกรงว่าภาคธุรกิจเอสเอ็มอีจะไม่สามารถแข่งขันได้เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2015
“กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ได้ทำการร่วมทุนกับเอกชนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในภาคอุตสาหกรรม กระบวนการผลิต การตลาด และภาคบริการ แต่ในกลุ่มเอสเอ็มอีมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาปรับปรุงการเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการห่วงโซ่การผลิตของบริษัทยักษ์ใหญ่ให้มากขึ้น” อัลเฟรโด เหยา ประธานพีซีซีไอ กล่าว
เหยา ประธานพีซีซีไอ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เดินหน้าแผนความร่วมมือกับรัฐบาลในการผลักดันนโยบายและแผนงานทางยุทธศาสตร์ต่างๆ แล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าฟิลิปปินส์จะพร้อมสำหรับการเข้าสู่การเป็นเออีซีในปลายปี 2015 นี้ ซึ่งจะทำให้ 10 ประเทศในอาเซียนกลายเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน
นอกจากนี้ ประธานพีซีซีไอยังเผยอีกว่า ทางองค์กรดังกล่าวจะร่วมมือกับคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ในการทำหน้าที่ในการติดตามผลการปฏิบัติงานของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจดังกล่าวของฟิลิปปินส์
“การร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนไม่ได้เป็นเพียงการรับประกันว่านโยบายและโครงการต่างๆ จะเดินหน้าไปด้วยดี แต่ยังก่อให้เกิดการวางแผนงานและดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอสเอ็มอี” เหยา กล่าว
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจรายย่อยถือเป็นกระดูกสันหลังที่สำคัญทางเศรษฐกิจของ 10 ประเทศในอาเซียน โดยครองสัดส่วนการจ้างงานในตลาดแรงงานกว่า 90% ดังนั้นการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2015 จะก่อให้เกิดผลกระทบกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อตลาด 10 ชาติเริ่มบูรณาการเข้าหากันมากขึ้น







