
กสท.แจกคูปองทีวีดิจิตอลไม่ทันก.ค.
กสท.แจกคูปองทีวีดิจิตอลไม่ทัน ก.ค. ยืนยันไม่ลดราคาตามเครือข่ายผู้บริโภค
กสท.แจกคูปองทีวีดิจิตอลไม่ทัน ก.ค. ยืนยันไม่ลดราคาตามเครือข่ายผู้บริโภค
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กรอบเวลาที่จะแจกคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการรับชมสู่ทีวีดิจิตอลอาจไม่ทันเดือน ก.ค.ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ประชุมในวันที่ 27 พ.ค.
ทั้งนี้ หลังจากบอร์ด กทปส.ประชุมแล้ว ยังต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่ออนุมัติ หลังจากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์ ที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งทำให้การแจกคูปองไม่ทันเดือน ก.ค.
อย่างไรก็ตาม การแจกคูปองช้ากว่ากำหนดเดิมจะไม่ส่งผลกระทบต่อวันออกอากาศทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากประชาชนสามารถรับชมผ่านจานดาวเทียมได้อยู่แล้ว แต่การที่แจกคูปองช้าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประมูลที่จะเสียผลประโยชน์จากการที่จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นช้า
พ.อ.นที กล่าวว่า บอร์ด กสท.ไม่เห็นด้วยกับราคาคูปองที่องค์กรเครือข่ายผู้บริโภคต้องการให้ลดลงเหลือ 512 บาท โดยเปรียบเทียบราคากับประเทศอื่น เนื่องจากการออกอากาศของแต่ละประเทศไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ อังกฤษ และเกาหลี เป็นคนละระบบกับประเทศไทย และไทยเป็นประเทศแรกที่ออกอากาศในระบบ ดีวีบี-ที 2
นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วยกับการที่ กสท.จะเป็นผู้จัดซื้อ จัดจ้าง และแจกกล่องรับสัญญาณ (เซตท็อปบ็อกซ์) เอง เพราะกระบวนการต่างๆ ใช้เวลานาน และ กสท. ไม่ต้องการแทรกแซงราคาตลาด
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการที่จะแจกคูปอง โดยตั้งคณะกรรมการกองทุน 3 คน เป็นผู้มากำหนดราคากลางของเซต ท็อป บ็อกซ์ พร้อมให้สำนักงาน กสทช.ไปศึกษาราคากลางของเซตท็อปบ็อกซ์ มาประกอบด้วย พร้อมมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน นำเสนอราคากลางตามข้อกำหนดคุณสมบัติของบอร์ด กสท. ให้บอร์ดกองทุนพิจารณา ทั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
รวมทั้งให้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายพิจารณาความเหมาะสมทางกฎหมายศึกษาประเด็นว่าจะสามารถนำคูปองไปซื้อกล่องทีวีดาวเทียมได้หรือไม่ มาเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ พิจารณาภายใน 2 สัปดาห์ด้วย







