posttoday
ห่วงเอสเอ็มอี50%ไม่ปรับตัว

ห่วงเอสเอ็มอี50%ไม่ปรับตัว

07 พฤษภาคม 2557

เสี่ยงได้รับผลกระทบเพิ่มจากปัจจัยลบแนะเจาะผู้ซื้อตรงบริหารสภาพคล่อง

เสี่ยงได้รับผลกระทบเพิ่มจากปัจจัยลบแนะเจาะผู้ซื้อตรงบริหารสภาพคล่อง

ส.อ.ท.ชี้เอสเอ็มอี 50% ไม่พร้อมรับปัจจัยเสี่ยง แนะเลิกผลิตสินค้าป้อนตลาดแมส แก้สภาพคล่อง

นายมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หลังประกาศใช้นโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2556 เชื่อว่าจนถึงปัจจุบันยังมีกลุ่มผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ราว 50% ที่ยังไม่ได้ปรับตัวให้ถูกทาง และมีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบมากขึ้นอีกหากมีปัจจัยลบอื่นๆ

“ทุกรายพูดหมดว่าตัวเองปรับตัวแล้ว แต่ในความเป็นจริงต้องกลับไปดูว่าปรับอะไร บางรายใช้วิธีดั้งเดิมคือต้นทุนขึ้น ก็ปรับราคาขาย แต่ตอนนี้ถ้าขายแพงก็ขายไม่ได้ บางรายยังยึดติดกับวิธีการเดิมๆ คือมุ่งผลิตสินค้าชิ้นเดียวเพื่อส่งขายทั่วโลก ซึ่งหมดยุคไปแล้ว” นายมานะผล กล่าว

ทั้งนี้ เอสเอ็มอียุคใหม่ควรเลิกผลิตสินค้าเพื่อหวังเจาะทุกกลุ่มตลาด (แมส) แล้วหันมาเจาะเฉพาะกลุ่มแทน เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องควบคุมต้นทุนในส่วนที่บริหารจัดการได้ เช่น วัตถุดิบ ต้นทุนแรงงาน

นายมานะผล กล่าวอีกว่า เพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีใส่ใจและรู้วิธีการลดต้นทุนของตัวเองมากขึ้น ส.อ.ท. โดยสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) จึงได้ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ดำเนินโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดต้นทุน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานให้แก่เอสเอ็มอี โดยจะเริ่มต้นจากการเปิดมุมมองด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นปัญหาของตัวเอง นำไปสู่การวางแผน การปฏิบัติ และการพัฒนาแรงงานต่อไป

ปัจจุบัน มีปัจจัยลบต่อภาคเอกชนอยู่หลายปัจจัย อาทิ การปรับขึ้นค่าพลังงาน ปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจภายในประเทศ ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจโลก ขณะที่เอสเอ็มอียังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องเพิ่มเติมด้วย การจัดการต้นทุนจะช่วยให้เอสเอ็มอีมีสภาพคล่องดีขึ้น สามารถพัฒนากระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ

นายนคร ศิลปอาชา อธิบดี กพร. กล่าวว่า กลุ่มเอสเอ็มอีจำนวนมากมุ่งหารายได้จนลืมลดต้นทุน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว การเข้าไปช่วยติดตามลดต้นทุนให้แก่กลุ่มเอสเอ็มอีโดยตรงจะช่วยได้ โดยในปีนี้กรมตั้งเป้าจะเข้าไปช่วยลดต้นทุนให้แก่เอสเอ็มอี 2 หมื่นรายทั่วประเทศ ช่วยลดต้นทุนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายของโครงการ คือลดการสูญเสียในวงจรการผลิตไม่น้อยกว่า 5% เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนไม่น้อยกว่า 5% เพิ่มผลิตภาพแรงงานไม่น้อยกว่า 5% ควบคุมสินค้าคงคลัง ลดระยะเวลาหรือขั้นตอนทำงานอีก 5%

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย