
กรุงไทยปรับใหญ่ระบบไอทีขอเป็น1ใน3ธนาคารทันสมัย
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์ชลลดา อิงศรีสว่าง
กรุงไทยจัดแผนพัฒนาไอที 3 ปี ใช้ระบบคลาวด์ของกูเกิล ดึงฐานข้อมูลใหญ่บนโซเชียลมีเดีย วิเคราะห์ความต้องการลูกค้า ตั้งเป้าขยับขึ้นเป็น 1 ใน 3 ธนาคารทันสมัยในใจลูกค้า
การจัดทำแผนการลงทุนพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ของธนาคารกรุงไทยในขณะนี้ วิเทศ เตชางาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า เป็นการทำแผนระหว่างปี 2559-2561
ต่อเนื่องจากแผนเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2558 โดยธนาคารมีแผนลงทุนด้านไอทีเพิ่มเป็นปกติทุกปีอยู่แล้ว
แผนใหม่ด้านไอทีนั้นจะอยู่ภายใต้ทิศทางเทคโนโลยีสำคัญ 3 ด้าน คือ คลาวด์ (Cloud) บิ๊กดาต้า (Big Data) และโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network)
ทั้งนี้ เทคโนโลยีคลาวด์ จะสนับสนุนการทำงานภายในองค์กร โดยเป็นการนำข้อมูลเข้าไปอยู่ในระบบฐานข้อมูลกลางที่สามารถดึงมาใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาและรองรับทุกอุปกรณ์ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วและลดปัญหาการยึดติดสถานที่ทำงาน นอกจากนี้ยังประหยัดเงินลงทุนทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของธนาคาร เพราะสามารถสมัครใช้บริการจากเจ้าของระบบได้ทันที เพียงแต่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ต้องเพิ่มการประกันความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอาจจะมีค่าบริการเป็นรายเดือน
ส่วน บิ๊กดาต้า คือ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในยุคที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายและความนิยมของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งธนาคารสามารถนำข้อมูลมาใช้ศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อสร้างประโยชน์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคที่มีความต้องการแตกต่างกันไป ซึ่งทิศทางของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของธนาคารกรุงไทยและของทุกธนาคารด้วย
“การใช้ข้อมูลของลูกค้าในการทำตลาด ก็ต้องบาลานซ์กับความเป็นส่วนตัวของลูกค้าด้วย เพราะถ้าใช้เพื่อประโยชน์ของแบงก์อย่างเดียว ลูกค้าจะรู้สึกละลาบละล้วง และเกิดการต่อต้าน ดังนั้นจะมีการนำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ เพื่อให้รู้สึกว่าเราใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ของลูกค้า ไม่ใช่การฮาร์ดเซล” วิเทศ กล่าว
วิเทศ กล่าวว่า การปรับปรุงระบบเทคโนโลยีที่เป็นยุทธศาสตร์และต้องใช้เครื่องมือใหม่ๆ ธนาคารจะลงทุนดำเนินการเอง ไม่ได้จ่ายงานไปให้บริษัท กรุงไทย คอมพิวเตอร์ เซอร์วิสเซส ที่เป็นบริษัทเอาต์ซอร์สในเครือของธนาคารทำ เพราะคงจะไม่ทันการเนื่องจากการปรับปรุงต้องทำคู่ไปกับการทำธุรกิจด้วย โดยบริษัท กรุงไทย คอมพิวเตอร์ เซอร์วิสเซส จะเน้นดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีเป็นสำคัญ โดยแต่ละปีธนาคารจ่ายให้กรุงไทย คอมพิวเตอร์ เซอร์วิสเซส ราว 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การปรับปรุงด้านเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในแผนการยกระดับภาพลักษณ์ของธนาคารให้เป็นธนาคารที่ทันสมัย จากการสำรวจภาพลักษณ์ความทันสมัยของธนาคารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธนาคารไม่ติดอันดับ 1 ใน 5 เลย แต่จากความพยายามปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์บริการธนาคารบนอินเทอร์เน็ต (เคทีบี เน็ตแบงก์) รวมทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบสาขา รวมทั้งพนักงานที่มีค่าเฉลี่ยอายุลดลง จากการทำสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ธนาคารตีตื้นขึ้นมาติด 1 ใน 5 ของธนาคารทันสมัยแล้ว
แต่ยอมรับว่าต้องพัฒนาอีกมาก เพื่อให้เป็นไปตามตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารที่ทันสมัยของประเทศ







