
เศรษฐกิจชะลอตัวแต่ทำไมเงินเฟ้อ
วันนี้มีประเด็นเศรษฐกิจที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่เพิ่งเป็นข่าวไปในช่วงสิ้นเดือน เม.ย.นี้เอง นั่นคือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือน เม.ย. 2557 ที่ปรากฏว่า อัตราเงินเฟ้อประจำเดือน เม.ย. นั้นกลับดีดตัวขึ้นจากเดือน มี.ค. ค่ะ ต่างจากภาพรวมในช่วง 78 เดือนที่ผ่านมา ที่อัตราเงินเฟ้อค่อนข้างคงตัวไม่เปลี่ยนแปลงมาก
วันนี้มีประเด็นเศรษฐกิจที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่เพิ่งเป็นข่าวไปในช่วงสิ้นเดือน เม.ย.นี้เอง นั่นคือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือน เม.ย. 2557 ที่ปรากฏว่า อัตราเงินเฟ้อประจำเดือน เม.ย. นั้นกลับดีดตัวขึ้นจากเดือน มี.ค. ค่ะ ต่างจากภาพรวมในช่วง 78 เดือนที่ผ่านมา ที่อัตราเงินเฟ้อค่อนข้างคงตัวไม่เปลี่ยนแปลงมาก
ทีนี้เวลาเราพูดถึงเงินเฟ้อในความหมายที่คน ทั่วๆ ไปเข้าใจนั้น ก็จะนึกถึงภาพของราคาสินค้าที่สูงขึ้นแพงขึ้น ถ้าช่วงไหนเงินไม่เฟ้อก็จะรู้สึกว่าของไม่แพงหรือของถูก ทีนี้หากพูดถึงนิยามของอัตราเงินเฟ้อในทางวิชาการนั้นจริงๆ แล้ว เป็นการพูดถึง “อัตราการเปลี่ยนแปลง” ของราคาสินค้าที่อยู่ใน “ตะกร้า” สินค้าที่เอามาคิด “ดัชนีผู้บริโภค” หรือ CPI ค่ะ โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้จัดทำข้อมูล CPI และอัตราเงินเฟ้อขึ้น ทั้งนี้ ในตะกร้าสินค้าที่นำมาคำนวณ CPI นั้น ก็จะ รวมเอาสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพของคนโดยทั่วไปเอาไว้ มีหลายหมวดหมู่และมีการคิดสัดส่วนถ่วงน้ำหนักที่แตกต่างกันไป
แต่หลายคนคงจะสงสัยว่า เหตุใดในภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองเพราะหลายปัจจัยในช่วงนี้แต่เงินเฟ้อกลับพุ่งขึ้นมาได้ ตรงนี้หากเรามาดูในรายละเอียดก็จะเห็นคำตอบ ในทางวิชาการแล้วเงินเฟ้อยังแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) และ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) โดยความแตกต่างก็คือ เงินเฟ้อพื้นฐานนั้นจะมีการคำนวณจาก Core CPI ซึ่งตัดเอาหมวดอาหารและพลังงานออกไปจากตะกร้าสินค้า เนื่องจากว่าราคาสินค้า 2 ประเภทนี้มีความผันผวนสูงค่ะ
ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปล่าสุดอยู่ที่ 2.4% สำหรับเดือน เม.ย. เทียบกับ 2.1% ของเดือน มี.ค. ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่เพียง 1.66% ในเดือน เม.ย. เทียบกับ 1.31% เมื่อเดือน มี.ค. ค่ะ ทีนี้เมื่อแกะข้อมูลลงลึกไปอีกจะเห็นว่าเงินเฟ้อในหมวดพลังงานอย่างเดียวนั้นมีการปรับตัวที่สูงขึ้นมากอย่างชัดเจน โดยในเดือน เม.ย. นั้นเงินเฟ้อของหมวดพลังงานอยู่ที่ 4.37% เทียบกับ 2.29% ในเดือน มี.ค. และ 1.74% ในเดือน ก.พ.
ทั้งนี้ เราต้องไม่ลืมว่าพลังงานนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของต้นทุนการผลิตและการขนส่งค่ะ ที่ผ่านมาเราก็รับทราบข่าวที่ว่า กฟผ.ประกาศขึ้นค่าเอฟที ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสำหรับครัวเรือนและภาคธุรกิจสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ ทั้งนี้ ราคาพลังงานนั้นเป็น สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ขึ้นกับราคาในตลาดโลก ดังนั้น แล้วปัจจัยในส่วนของราคาพลังงานนั้นจึงเป็นอิสระจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศค่ะ จึงเป็นสภาพที่เราเผชิญเงินเฟ้อ ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาค่ะ







