posttoday
ชาเขียวชิงผู้นำสุขภาพเปิดศึกสารให้ความหวาน

ชาเขียวชิงผู้นำสุขภาพเปิดศึกสารให้ความหวาน

01 พฤษภาคม 2557

ตลาดเครื่องดื่มและอาหารเมืองไทยที่พัฒนาไปถึงระดับหนึ่งแล้ว คงต้องหันมาสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโต

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ตลาดเครื่องดื่มและอาหารเมืองไทยที่พัฒนาไปถึงระดับหนึ่งแล้ว คงต้องหันมาสร้างเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโต เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล หรือน้ำตาลน้อย กำลังเป็นเซ็กเมนต์ที่รอวันแจ้งเกิด หลังจากผู้ประกอบการหลายรายเริ่มจุดพลุสร้างตลาดมากขึ้นในปีนี้

ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทอิชิตัน กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน เปิดเผยว่า แนวโน้มในอีก 510 ปีข้างหน้านี้ ตลาดเครื่องดื่มเมืองไทย เซ็กเมนต์ปราศจากน้ำตาล หรือมีน้ำตาลน้อย จะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น หลังจากพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะผู้หญิงใส่ใจดูแลรูปร่างยิ่งขึ้น การซื้อสินค้าจะดูปริมาณน้ำตาลบนฉลาก

ทั้งนี้ มีโอกาสที่เซ็กเมนต์ชาเขียวพร้อมดื่มปราศจากน้ำตาลและน้ำตาลน้อยจะมีสัดส่วน 2030% ของตลาดรวม ใกล้เคียงกับญี่ปุ่น โดยปีนี้ถือว่าเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการสร้างตลาด สัดส่วนจึงยังมีไม่ถึง 10% ขณะที่ตลาดในอาเซียนเซ็กเมนต์ดังกล่าวมีขนาดใหญ่มากกว่าไทยมาก อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ เพราะพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ติดการกินอาหารและเครื่องดื่มมีรสชาติหวาน

ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาดื่มเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลและหวานน้อยเพิ่มขึ้น ต่างจากในอดีตเครื่องดื่มเซ็กเมนต์นี้จะได้รับความนิยมกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งขณะนี้อิชิตันอยู่ระหว่างพัฒนาชาเขียวพร้อมดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากแกนข้าวโพด แต่ยังมีข้อจำกัดต้นทุนการผลิตสินค้าที่สูงหลายเท่าตัว คาดว่าต้นปี 2558 จะเปิดตัวสินค้าดังกล่าวลงสู่ตลาด

“การทำเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ยังต้องบริหารต้นทุนให้ถูก เพื่อวางราคาให้สอดรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภค และสิ่งสำคัญรสชาติต้องอร่อยหรือไม่แตกต่างจากการใช้น้ำตาลมากนัก เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นของกิน สุดท้ายก็ต้องอร่อยนำสำหรับคนไทย”

ก่อนหน้านี้ อิชิตันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ อิชิตัน ซีเล็คเต็ด เป็นชาสูตรหวานน้อย ในเดือน มี.ค. และปลายปีจะออกอีก 2 รสชาติ สูตร 0 แคลอรี

สำหรับความเคลื่อนไหวค่ายโออิชิ กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาชาเขียวพร้อมดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเช่นเดียวกัน โดยจะเปิดตัวสินค้าลงตลาดปลายปีนี้ จึงนับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับวงการชาเขียวพร้อมดื่มไทย ที่พัฒนาสินค้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อสร้างตลาดให้ใหญ่ไม่แพ้เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ชาเขียวปัจจุบันมีมูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท

สุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสมะเขือเทศโรซ่า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดตัวซอสมะเขือเทศไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลลงสู่ตลาด และทำตลาดมาร่วม 10 ปี ขณะนี้กำลังพิจารณานำออกจากตลาดไปหลังจากโหมการตลาดอย่างหนักแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะรสชาติไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม อาหารที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือปราศจากน้ำตาลในอนาคตกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน น่าจะพัฒนาสินค้าขึ้นมาทำตลาดได้ ส่วนเครื่องปรุง ซอส จะค่อนข้างยาก เพราะเป็นสินค้าที่ช่วยปรุงรสชาติอาหารให้อร่อย

ล่าสุด แอคทีเวีย เป็นรายแรกของผู้ประกอบการโยเกิร์ต ที่หันมาพูดถึงสูตรหวานน้อย โดยมีน้ำตาลเพียง 1% สะท้อนว่าเป็นศูนย์แคลอรีหรือแคลอรีน้อย เป็นตลาดที่มีศักยภาพและยังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมากทั้งกลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร

ลอรองต์ บัวซิเอร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีเจซี ดานอน แดรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโยเกิร์ตแอคทีเวีย กล่าวว่า การทำตลาดบริษัทต้องการเพิ่มปริมาณการกินโยเกิร์ตถ้วยของคนไทยเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีอัตราการบริโภคเพียง 4.5 กก.ต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นบริโภค 12 กก.ต่อคนต่อปี

ดังนั้น จึงทุ่มงบถึง 200 ล้านบาท เปิดตัวโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวสูตรใหม่ แอคทีเวีย ไลท์แอนด์ฟิตต์ สูตรน้ำตาล 1% ที่มีปริมาณน้ำตาลต่ำที่สุดในท้องตลาดแค่ 1% ทั้งยังมีไขมันต่ำและแคลอรีน้อย แต่คงไว้ซึ่งความอร่อย ซึ่งที่ผ่านมาตลาดโยเกิร์ตยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดนำจุดขายดังกล่าวออกมานำเสนอแก่ผู้บริโภค

ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่กินโยเกิร์ตส่วนใหญ่จะใส่ใจสุขภาพและให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างอยู่แล้ว แต่ตลาดที่ผ่านมาหลายแบรนด์จะแข่งขันด้านรสชาติ ผลไม้ในถ้วยเพียงเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลหรือหวานน้อย รวมไปถึงการพัฒนาสินค้าไปถึงขั้นใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล คงไม่แตกต่างจากน้ำอัดลม ที่ออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจดูแลรูปร่าง และลบภาพลักษณ์สินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มที่มีแคลอรีน้อย แม้ว่าจะเป็นก้าวแรกๆ ของเครื่องดื่มไทย แต่ถือว่าเป็นการจุดพลุอิงกระแสกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งยังมีโอกาสขยายตลาดสู่อาเซียนได้ง่ายขึ้น แม้ว่าขณะนี้ตลาดดังกล่าวจะจำกัดเฉพาะแค่กลุ่มคนเมืองเท่านั้น แต่ยังสามารถเติบโตได้อีกมากในต่างจังหวัด

หากเทียบกับตลาดน้ำอัดลมศูนย์แคลอรี มีมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท หรือราว 23% แม้ว่าจะเป็นตลาดที่สร้างมานานและเล็กมากก็ตาม แต่ก็ยั่วยวนให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มเข้ามาเล่นอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่พร้อมเปิดรับกับเครื่องดื่มไม่มีแคลอรีหรือแคลอรีต่ำนั่นเอง

แต่โจทย์ใหญ่ของการทำตลาดนี้ คงหนีไม่พ้นรสชาติต้องอร่อยด้วย ถึงจะชนะใจผู้บริโภค และได้ยอดขายตามมานั่นเอง ต้องจับตาดูกันต่อไป แบรนด์ใดจะช่วงชิงยอดขายได้มากกว่ากัน โดยเฉพาะชาเขียวที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล กำลังจะเป็นตลาดใหม่ให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลอง

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว