
เอสซีจีแพ้คดีพนักงานปลอมใบหุ้น
ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินตามศาลชั้นต้นให้บริษัทเอสซีจี-อดีตพนักงาน-ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ร่วมกันคืนใบหุ้นจำนวน 672,000 หุ้น พร้อมคืนเงินปันผลให้แก่ทายาทผู้ถือหุ้น
ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินตามศาลชั้นต้นให้บริษัทเอสซีจี-อดีตพนักงาน-ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ร่วมกันคืนใบหุ้นจำนวน 672,000 หุ้น พร้อมคืนเงินปันผลให้แก่ทายาทผู้ถือหุ้น
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย(เอสซีจี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2557 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแก้เป็นให้ บริษัทฯ นายประพันธิ์ ชูเมือง (อดีตพนักงานของบริษัทฯ)และ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) ร่วมกันคืนใบหุ้นจำนวน 672,000 หุ้นให้แก่โจทก์
หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาหุ้นบริษัทฯ ตามราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย ณ วันที่ใช้ราคาซึ่งต้องไม่ต่ำกว่าราคาหุ้นละ 314.38 บาท พร้อมทั้งเงินปันผลที่ยังขาดอยู่ ซึ่งบริษัทฯ กำลังพิจารณาการยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อไป
ทั้งนี้ หุ้นจำนวน 672,000 หุ้น หากใช้ราคาไม่ต่ำกว่า 314.38 บาท จะต้องชดใช้ความเสียหายประมาณ 211 ล้านบาท แต่หากใช้ราคาปัจจุบันปิดที่ 442 บาท จะต้องใช้เงินถึง 297 ล้านบาท โดยยังไม่รวมเงินปันผล
เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2552 ผู้จัดการมรดกและทายาทผู้ถือหุ้นรายหนึ่งยื่นฟ้องบริษัทเอสซีจีพร้อมกับบุคคลและนิติบุคคลอื่นรวม 9 รายต่อศาลแพ่ง ให้ร่วมรับผิดในฐานละเมิด เรียกคืนหุ้นและค่าเสียหายจากการที่ นายประพันธิ์ อดีตพนักงานบริษัทฯทุจริตต่อผู้ถือหุ้น(ปลอมแปลงใบหุ้น) โดยมีจำนวนทุนทรัพย์ประมาณ 223ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พ.ย.2554 ศาลแพ่ง(ศาลชั้นต้น)ได้มีคำพิพากษาว่านายประพันธิ์ กระทำละเมิดต่อโจทก์และให้นายประพันธิ์คืนหุ้นของบริษัทฯจำนวน 672,000 หุ้นให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาหุ้นเป็นเงิน 164,633,800 บาทและดอกเบี้ยในอัตรา 7.5 %ต่อปีนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมทั้งเงินปันผลที่ยังขาดอยู่ และให้บริษัทฯ ในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบกับการกระทำของนายประพันธิ์ด้วย ซึ่งบริษัทฯได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแพ่งแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2555







