posttoday
เสถียรภาพการเมือง ปัจจัยฉุดรั้งทุนนอก

เสถียรภาพการเมือง ปัจจัยฉุดรั้งทุนนอก

18 พฤษภาคม 2553

....นคร สังขรัตน์

 

วิกฤตการเมืองไทยที่เกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าในปีนี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่สี่แยกคอกวัว จนถึงเหตุการณ์บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เขตดอนเมือง และเหตุการณ์ล่าสุดในการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 14–17 พ.ค. 2553 ที่มีผู้เสียชีวิต 35 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 249 ราย

ความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2553 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 65 ราย และมีผู้บาดเจ็บรวม 1,669 ราย ดังนั้นมีความกังวลว่าวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค เนื่องจากภาครัฐไม่สามารถดำเนินนโยบายได้ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินงานของเอกชนในระยะยาว นอกจากนั้นในระยะสั้นอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลของบีโอไอเกี่ยวกับภาวะการลงทุนช่วง 4 เดือนแรกปี 2553 กลับพบว่า มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยจำนวนโครงการตลอด 4 เดือนมีทั้งสิ้น 413 โครงการ ขยายตัวร้อยละ 53 และมีมูลค่าเงินลงทุน 135,800 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1 ส่วนมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ก็ขยายตัวกว่าร้อยละ 140

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาภาวะการลงทุนจากต่างประเทศในรายสาขา พบว่าการชักจูงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายยังมีสัญญาณการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

เห็นได้จากมูลค่าการเข้ามาลงทุนจากในสาขาอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 115 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร โลหะ จำนวน 85 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 2 หมื่นล้านบาท ตามด้วยอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปอาหาร จำนวน 68 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1.7 หมื่นล้านบาท และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ 63 โครงการ มูลค่า 9,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันในแง่ของการลงทุน พบว่านักลงทุนจากญี่ปุ่น สิงคโปร์และจีน ยังเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่นมีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุดรวม 2.6 หมื่นล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 160 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน รองลงมาคือการลงทุนจากสิงคโปร์ มีมูลค่าเงินลงทุน 6,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาท และอันดับสามคือการลงทุนจากจีน มีมูลค่าเงินลงทุน 6,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาทเช่นกัน

จากตัวเลขในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2553 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนจากต่างประเทศให้น้ำหนักต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมากกว่าความกังวลต่อปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ จึงนำมาซึ่งการวางแผนลงทุนเพิ่มในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่า เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองขณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อตัวเลขจีดีพีมากถึง 2% สอดคล้องกับนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองอาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อปี 2549 หรือกรณีการล่มสลายทางธุรกิจของบริษัทเลห์แมนบราเธอร์สด้วย

ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบจากภาวะวิกฤตทางการเมืองที่กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศในขณะนี้ ภาครัฐควรเร่งชี้แจงแผนการปรองดอง 5 ข้อโดยละเอียด และควรมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับนักลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งอาจจะเป็นมาตรการที่เข้มข้นในเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเช่นเดียวกับในช่วง 2 ปีที่แล้ว (Thailand Investment Year)

แต่ทั้งนี้ควรมีการประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนเกิดการชะลอตัว หรือว่าย้ายฐานไปยังประเทศอื่นหรือไม่ ซึ่งอาจจะดูจากการที่ผู้บริหารต่างชาติยกเลิกการเข้ามาดูงาน หรือเปิดตัวการลงทุนในประเทศไทย หรือการเลื่อนกำหนดการออกไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชี้ว่านักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน