
6หุ้นรับเหมาฯกำไรโต28%
ช.การช่างขาดทุนหนัก381ล้าน ระบบต้นทุนลดPLEได้หนี้คืน
โพสต์ทูเดย์
— 6 หุ้นรับเหมาฯ กวาดกำไร 231.92 ล้านบาท ดีขึ้น 28% ไตรมาสแรกปีนี้ CK ย่ำแย่ ขาดทุนยับ 381 ล้าน ต้นทุนโรงไฟฟ้าลาวฉุดวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจำนวน 6 บริษัท ประกาศผลดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกปี 2553 มีกำไรสุทธิรวม 231.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 181.17 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้างโดยรวมดีขึ้น ยกเว้นบริษัท ช.การช่าง (CK) ขาดทุนสุทธิ 381 ล้านบาท พลิกจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 345.64 ล้านบาท หรือแย่ลง 210.4%
ขณะเดียวกันบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ทำกำไรพุ่งมากสุดถึง 2,098% โดยมีกำไรสุทธิ 189.69 ล้านบาท เทียบกับจำนวน 8.63 ล้านบาท ตามด้วยบริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) หรือ CNT มีกำไรสุทธิ 114.94 ล้านบาท พุ่งขึ้น 1,084.41% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17.55 ล้านบาท
บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) พลิกขาดทุนสุทธิ 248.06 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 196.25 ล้านบาท บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) มีกำไรสุทธิ 31.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.98% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17.55 ล้านบาท และบริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) มีกำไรสุทธิ 81.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.84% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 47.71 ล้านบาท
นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการ CK ชี้แจงว่า สาเหตุที่ผลดำเนินงานของบริษัทพลิกมาขาดทุน เพราะรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างลดลง เนื่องจากบริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทบทวนประมาณการต้นทุนโครงการก่อสร้างงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่พุ่งขึ้น 1,070 ล้านบาท ทำให้บริษัทย่อยรับกำไรจากโครงการดังกล่าวลดลง 930 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ลดลง 94 ล้านบาทด้วย
ขณะที่ PLE พลิกมามีกำไรสุทธิได้ เพราะสามารถตามเก็บหนี้ที่ตั้งสำรองไปเมื่อช่วงก่อนหน้าได้กลับคืนมาประมาณ 156 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการก่อสร้างยังคงลดลงตามรายได้ที่ทำได้พียง 1,440 ล้านบาท ลดลง 21.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2552
ด้าน CNT ชี้แจงว่า สาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิดีขึ้น เพราะมีต้นทุนงานก่อสร้างที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 130 ล้านบาท
นางวัฒนา สัมนาวงศ์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส NWR กล่าวว่า กำไรที่ดีขึ้นเป็นผลมาจากต้นทุนการก่อสร้างที่ลดลง โดยในงวดนี้อยู่ที่ 83.25% ของรายได้เทียบกับจำนวน 93.08% ขณะที่รายได้ลดลงมาอยู่ที่ 581.39 ล้านบาท จากงวดเดียวกันอยู่ที่ 798.02 ล้านบาท ลดลง 27.15%
ด้าน STEC ระบุว่า กำไรที่ดีขึ้นมาจากอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาอยู่ที่ 8.43% เทียบกับกำไรขั้นต้นรวม 3.81% ในช่วงเดียวกันปีก่อน อันเนื่องมาจากโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมากได้ก่อสร้างเสร็จไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ในปีที่ผ่านมา







