กุ้งตายด่วนช็อกส่งออกรวม
ปีนี้เดี้ยงต่อคาดผลิตไม่เกิน2แสนตัน แฉต้นตอยักษ์ใหญ่ผูกขาดสายพันธุ์
ปีนี้เดี้ยงต่อคาดผลิตไม่เกิน2แสนตัน แฉต้นตอยักษ์ใหญ่ผูกขาดสายพันธุ์
กุ้งไทยสาหัส โรคตายด่วนยังระบาดหนัก คาดปีนี้ผลิตได้ไม่เกิน 2 แสนตัน
นายชลอ ลิ้มสุวรรณ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านกุ้ง กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ปัญหาโรคกุ้งตายด่วน (อีเอ็มเอส) ยังคงระบาดอย่างหนัก และคาดว่าจะทำให้ปริมาณผลผลิตกุ้งไทยในปีนี้ไม่เกิน 2 แสนตัน ลดลงต่อเนื่องจากปี 2556 ที่ผลผลิตกุ้งอยู่ที่ 2.6 แสนตัน และลดลงจากปี 2554-2555 ที่สูงถึง 5 แสนตัน
“ปีนี้ดูแล้วยังไงผลผลิตกุ้งน่าจะออกมาไม่ถึง 2 แสนตัน และจะเป็นอย่างนี้ไปไม่ต่ำ 2 ปี สาเหตุเพราะระบบนิเวศการเลี้ยงที่แออัด ทำให้กุ้งอ่อนแอและเกิดโรคตายด่วน ประกอบกับพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้งที่ถูกผูกขาดอยู่กับเอกชนเจ้าใหญ่เพียงรายเดียว เมื่อเกิดโรคระบาดใหญ่ จึงทำให้การผลิตกุ้งทั้งระบบมีปัญหา” นายชลอ กล่าว
นายชลอ กล่าวว่า กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาทำหน้าที่พัฒนาสายพันธุ์กุ้ง ซึ่งกรมประมงก็มีศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์อยู่แล้ว แต่ฝ่ายนโยบายกลับปล่อยให้เอกชนพัฒนาสายพันธุ์อยู่ฝ่ายเดียวกระทั่งผูกขาดสายพันธุ์กุ้ง
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า เชื่อว่าปีนี้ผลผลิตกุ้งไทยจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้คือ มีผลผลิต 3.5 แสนตัน เนื่องจากกรมมีนโยบายเอกซเรย์บ่อเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ โดยสั่งการให้ประมงจังหวัดติดตามและรายงานความก้าวหน้าในการเลี้ยงรายจังหวัด ตลอดจนมีมาตรการฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุบาลลูกกุ้งให้แข็งแรงก่อนปล่อยลงบ่อ
ขณะที่สมาคมกุ้งไทยคาดว่า ภาพรวมการผลิตกุ้งไทยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3-3.2 แสนตัน
ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า การส่งออกกุ้งไทยลดลง 6 ไตรมาสติดต่อกันคือ ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2555 ถึงไตรมาส 4 ของปี 2556 เนื่องจากโรคกุ้งตายด่วน และคาดว่าในปีนี้โรคกุ้งตายด่วนจะคลี่คลายส่งผลให้รายได้และกำลังซื้อเกษตรกรในภาพรวมตัวดีขึ้น
ด้านกระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่า การส่งออกกุ้งจะดีขึ้น เนื่องจากโรคกุ้งตายด่วนคลี่คลาย แต่จากข้อมูลล่าสุดพบว่าในเดือน ม.ค.ก.พ. ไทยส่งออกกุ้งสด แปรรูปและแช่แข็งมีมูลค่า 3,593 ล้านบาท ลดลง 31.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปี 2556 ส่งออกกุ้ง 2.85 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2555 อยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท และปี 2554 มูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท


