
สอบทุจริตข้าว
เป็นไปตามคาดหมาย เมื่อผลสรุปคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงขององค์การคลังสินค้า (อคส.)
โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
เป็นไปตามคาดหมาย เมื่อผลสรุปคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ในกรณีการตรวจสอบทุจริตโครงการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ไม่พบปมทุจริต
“การตรวจสอบของคณะทำงานในส่วนที่ อคส.ตั้งขึ้นเพื่อสอบตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว และก็ไม่พบการกระทำผิดในขั้นตอนการจัดทำข้าวถุง ส่วนข้าวที่มีข่าวว่าหายนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้หาย แต่เป็นการเบิกเกิน ซึ่งตามระเบียบ ผู้ปรับปรุงสภาพข้าวก่อนนำมาบรรจุเป็นข้าวถุงสามารถเบิกข้าวเกินได้ เพื่อเป็นสต๊อกสำรอง และก็ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง” ชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการ อคส. ยืนยัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้าวสารที่เอกชนคู่สัญญาเบิกเกินไปนั้น ชนุตร์ปกรณ์ ระบุว่า อคส.จะติดตามคืนมาจากเอกชนที่รับจ้างปรับปรุงสภาพข้าว ส่วนเจ้าหน้าที่ของ อคส.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเบิกข้าวออกไป ไม่ถือว่ามีความผิด เพราะแม้จะเบิกข้าวเกินจำนวน แต่ก็ได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารแล้ว
ดังนั้น ปมทุจริตข้าวถุงราคาถูกหายไปจากท้องตลาด และเคยมีการหยิบยกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2556 ทั้งได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบ จึงเป็นเรื่องโอละพ่อในสายตา อคส.
หากย้อนกลับไปดูเส้นทางโครงการจัดทำข้าวถุงราคาถูกในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบว่ามีการอนุมัติให้ อคส.เบิกข้าวสารมาทำข้าวถุง 4 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554-มิ.ย. 2556 ยอดรวม 2.5 ล้านตัน เพื่อจัดทำข้าวถุง 500 ล้านถุง
แต่ปรากฏในข้อเท็จจริงที่มีการรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2556 ว่า อคส.เปิดให้เอกชนเบิกข้าวจากโกดังไปทำข้าวสารบรรจุถุง 1.1 ล้านตัน และมีการจัดทำข้าวถุงจริง 5.93 แสนตัน หรือคิดเป็นปริมาณข้าวถุงราคาถูก 120 ล้านถุง
ทว่าจากการลงพื้นที่สุ่มตรวจการจำหน่ายข้าวถุงในพื้นที่ 10 จังหวัด ของคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กลับพบว่าไม่มีข้าวถุงขายเลย และประชาชนไม่รู้จัก โดยเฉพาะข้าวถุงตรา อคส.ที่มีการอนุมัติเบิกข้าว 2 ครั้ง ปริมาณรวม 6 แสนตัน
ต่อมา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายตอกย้ำปมทุจริตข้าวถุงหายไปอย่างมีเงื่อนงำว่า เป็นเพราะบริษัทรับจ้างปรับปรุงสภาพข้าวถุงและบรรจุถุง ไม่ได้นำข้าวที่เบิกไปทำข้าวถุงจริง แต่นำข้าวสารไปเร่ขายในท้องตลาด
“อคส.ได้ตั้งตัวแทนจำหน่ายข้าวถุง 3 ราย และได้ทำสัญญาจ้างโรงสี 3 แห่ง คือ เจียเม้ง โชควรลักษณ์ และสิงห์โตทอง ทำหน้าที่ปรับปรุงสภาพข้าวและบรรจุถุง เพื่อส่งให้บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่าย แต่กลายเป็นว่าบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่าย กลับทำสัญญาขายข้าวคืนให้แก่บริษัทที่ทำหน้าที่ปรับปรุงสภาพข้าว แทนที่จะนำไปขายในตลาด และจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ปรับปรุงสภาพข้าว ตัวแทนจำหน่ายข้าว มีความเกี่ยวโยงกับบอร์ด อคส.บางคน ทั้งมีส่วนเกี่ยวพันไปถึงก๊วนเจ๊ ด.” นพ.วรงค์ สรุปการอภิปรายในครั้งนั้น
ข้อหาฉกรรจ์ที่พุ่งเป้าไปยัง อคส. และกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ ยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ที่มี สมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานตรวจสอบประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั้งหมด
ล่าสุด สมชาติ ได้รับผลการตรวจสอบจากอคส.แล้ว และเตรียมเสนอผลสอบให้ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ พิจารณา แต่ผลสรุปน่าจะไม่พบการทุจริตเช่นเดียวกับที่ อคส.รายงาน
“การตรวจสอบใกล้เสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว เหลือเพียงการทำรายงานสรุปผลให้ รมว.พาณิชย์ พิจารณา แต่ผลสรุปที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่ได้ชี้มูลความผิด เพียงแต่รายงานข้อผิดพลาดในขั้นตอนการจัดทำข้าวถุงเท่านั้น ส่วนผลสุดท้ายจะมีความผิดหรือไม่อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ รมว.พาณิชย์” สมชาติ กล่าว
จึงเท่ากับข่าวฉาวทุจริตโครงการจัดทำข้าวถุงราคาถูก เป็นเพียงการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ไม่มีการตรวจสอบพฤติกรรมที่ส่อไปในการทุจริตของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
สุดท้ายแล้วผลการตรวจสอบทุจริตโครงการนี้ ก็ไม่ต่างกับการเล่นเกมไปตามกระแส ใช้ผลสอบของภาครัฐฟอกตัวนักการเมือง ข้าราชการ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หลังถูกตรวจสอบทุจริตข้าวถุงอย่างหนักหน่วง
โปรดเชื่อเถิดว่านักการเมืองยังคงใช้วิธีการทำข้าวถุงราคาถูกมาเป็นช่องทางทำมาหากินกับข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลที่มีมากกว่า 20 ล้านตัน อย่างไม่ต้องสงสัย และคงได้เห็นโครงการแบบนี้ออกมาหลอกหลอนคนไทยอีกในอนาคตอันไม่ไกลนี้







