
ทุนนอกชะลอไหลออกแต่ยังพร้อมจะทิ้งไทย
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
โดย...พรสวรรค์ นันทะ
สถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายทยอยไหลออกจากไทยมาต่อเนื่อง แต่การไหลออกรอบนี้ดูไม่รุนแรงมากนัก แม้ว่าจะมีปัจจัยหนุนให้ไหลออก จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) แถมผู้บริหารเฟดคนใหม่ยังส่งสัญญาณอาจจะขยับดอกเบี้ยขึ้น จากระดับต่ำ 0-0.25% ในปัจจุบัน
เมื่อบวกกับปัจจัยในประเทศไทยเองที่มีการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ยังไม่มีวี่แววจะคลี่คลายได้โดยง่าย แถมสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ไม่ว่า บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ เครดิต บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) และมู้ดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เป็นต้น ต่างก็จ้องจะปรับลดเครดิตประเทศไทย
ทั้งนี้ ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานพบว่า ในครึ่งปีแรกของปี 2556 เงินทุนยังไหลเข้าสุทธิ 8,095 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.61 แสนล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันเฉลี่ยที่ 32.30 บาท/เหรียญสหรัฐ ส่วนครึ่งปีหลังของปี 2556 เงินทุนเคลื่อนย้ายกลับทิศมาไหลออกสุทธิ 7,710 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.34 แสนล้านบาท แบ่งเป็นไตรมาส 3 ไหลออก 1,271 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.11 หมื่นล้านบาท และไตรมาส 4 ไหลออก 6,439 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.08 แสนล้านบาท
สำหรับปีนี้ ในเดือน ม.ค.เงินทุนไหลเข้าสุทธิ 225 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,267 ล้านบาท แต่ในเดือน ก.พ.เงินทุนกลับไหลออกสุทธิถึง 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.32 แสนล้านบาท ส่วนข้อมูลเงินทุนเคลื่อนย้ายในเดือน มี.ค.และเม.ย.ในเบื้องต้นจากตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นไทย พบว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค.-11 เม.ย.นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 15,167 ล้านบาท
ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทย นิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย คาดว่า ปีนี้นักลงทุนต่างชาติน่าจะไหลออกจากการขายในตลาดตราสารหนี้ ประมาณ 1 แสนล้านบาท หลังจากไตรมาสแรกปีนี้เงินต่างชาติไหลออกสุทธิ 3.02 หมื่นล้านบาท จากเฟดลดคิวอี และการปรับลดการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่นักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นเดือน มี.ค.ยังถือลงทุนในตราสารหนี้ไทย อยู่ที่ 6.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 16% และระยะยาว 84%
ด้าน จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. ยืนยันว่า สถานการณ์เงินทุนไหลออกชะลอลงบ้างแล้ว หลังจากก่อนหน้าที่ทยอยไหลออกไปพอสมควร ตามการส่งสัญญาณลดคิวอีของเฟดและการคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดของตลาด ที่สำคัญนอกจากเงินทุนชะลอไหลออกแล้วยังมีบางส่วนไหลกลับเข้ามาลงทุนในไทยใหม่ด้วย เข้าใจว่าเป็นเพราะสัดส่วนการลงทุนในตลาดประเทศเกิดใหม่ยังถือว่าต่ำ บวกกับผลตอบแทนยังอยู่ในระดับที่ดี
ส่วนเรื่องที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปอาจจะทำคิวอีอย่างสหรัฐ จะมีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายของไทยอย่างไรนั้น ณรงค์ชัย อัครเศรณี หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก กนง.เคยได้ยินและรับทราบข่าวยุโรปจะทำคิวอีมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่สุดยุโรปก็ไม่ได้ทำ และยังไม่มีความชัดเจนในการจัดทำจึงประเมินยาก แต่ภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
อย่างไรก็ดี การประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา กนง.ยังจับตาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจาก 1) ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จากการที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเงินทุนไหลออกและความผันผวนในตลาดการเงิน 2) การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่อาจส่งผลต่อรายได้ภาคครัวเรือน จากขณะนี้ที่ภาระหนี้ครัวเรือนก็สูงอยู่แล้ว และติดตามดูผลประกอบการของภาคธุรกิจที่เริ่มลดลงบ้างแล้ว อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้และก่อปัญหาหนี้เสียให้สถาบันการเงิน และ 3) ปัญหาการเมืองไทยที่ยืดเยื้อออกไปอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้างต้นเหล่านี้ สะท้อนว่ามีความไม่แน่นอนของเงินทุนเคลื่อนย้ายอยู่สูง เนื่องจากเงินทุนพร้อมเปลี่ยนแปลงเคลื่อนย้ายตามปัจจัยและข้อมูลที่เข้ามาสู่ตลาดตลอดเวลา ซึ่งปัจจัยด้านการเมืองในไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ยังไม่แน่ว่าจะปะทุขึ้นอีกครั้งหรือไม่ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้เงินทุนทิ้งไทยได้ตลอดเวลา







