
โชห่วยสต๊อกปืนฉีดน้ำรับสงกรานต์
โชห่วยในแหล่งท่องเที่ยวสต๊อกปืนฉีดน้ำ อาหาร เครื่องดื่ม รับเทศกาลสงกรานต์ ไม่หวั่นร้านสะดวกซื้อขยายสาขา
โชห่วยในแหล่งท่องเที่ยวสต๊อกปืนฉีดน้ำ อาหาร เครื่องดื่ม รับเทศกาลสงกรานต์ ไม่หวั่นร้านสะดวกซื้อขยายสาขา
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ค้าปลีกไทย เปิดเผยภายหลังการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าสงค้าปลีกภายใต้ชื่อ “ค้าส่งรวมใจโชวห่วยไทยคู่สังคม” ว่า ขณะนี้ร้านค้าโชวห่วยตามบริเวณแหล่งท่องเที่ยว และตามแหล่งชุมนุมที่อยู่ใกล้บริเวณการจัดงานเทศกาลตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เริ่มทะยอยสั่งซื้อสินค้าล็อตใหญ่ล่วงหน้าสำรองในสต็อกสำรองไม่ต่ำกว่า 10 วัน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีความคึกคักมากขึ้นเนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเริ่มคลายกังวลสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงการจัดงานเทศกาลสงกรานต์
สำหรับสินค้าที่ร้านโชวห่วยซื้อเก็บในสต็อกมากสุด คือ ปืนฉีดน้ำที่ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้านำเข้ามาจากจีน รวมถึงเสื้อผ้าลายดอกไม้ เครื่องดื่ม น้ำผลไม้กล่อง น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนมกล่อง เป็นต้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้โดยเฉพาะเครื่องดื่มเย็นๆ เพราะเป็นช่วงที่อากาศร้อนมาก
“ปืนฉีดน้ำกับเสื้อผ้านั้นมีการเก็บสต็อกกันตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. เพราะหากมาซื้อใกล้ๆสงกรานต์ราคาอาจปรับเพิ่มได้ ส่วนสินค้าบริโภคก็จะทยอยซื้อเก็บกันเกือบหมดทุกร้านเหมือนกัน” นายสมชาย กล่าว
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมฯได้จัดแนวทางการส่งเสริมร้านค้าปลีก เพื่อให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดได้ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาไปแล้ว 7.35 หมื่นราย โดยมีผู้ประกอบการหลายรายที่ปรับตัวแล้วและสามารถขยายสาขาเพิ่มได้ ซึ่งบางแห่งมีการขยายเข้าไปตั้งอยู่ใกล้กับร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะมองว่าจับกลุ่มลูกค้าคนละแบบ ลูกค้าของร้านสะดวกซื้อก็สามารถเข้ามาซื้อสินค้าในร้านค้าโชวห่วยได้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโชห่วยจำเป็นต้องปรับตัวในเชิงรุก ปรับปรุงการให้บริการ หรือในอนาคตอาจมีการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ซึ่งทางกรมฯจะเข้าไปช่วยเหลือสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ ยกระดับร้านสู่ระบบมาตรฐาน และเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างโอกาสทางการตลาด รวมทั้งประสานงานร่วมกับสถาบันการเงินให้เข้ามาสนับสนุนหากจะมีการพัฒนาระบบทางการเงินของร้านค้าโชห่วยให้ดีขึ้น
สำหรับแนวทางการพัฒนาผู้ประกอบการ ขณะนี้ดำเนินการพัฒนาไปแล้ว 7.35 หมื่นราย ใน 48 จังหวัด โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2558 จะพัฒนาผู้ประกอบการให้ได้ 50% จากผู้ประกอบการทั้งหมด 5 แสนรายครอบคลุมทุกจังหวัด เพราะเป็นการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งยังช่วยลดราคาสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ ทั้งนี้ การจัดงานเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 เม.ย.-25 พ.ค. 2557 มีผู้ประกอบการค้าส่งเข้าร่วม 50 ราย และค้าปลีก 5,000 ราย คาดว่าจะเกิดมูลค่าซื้อขาย 500 ล้านบาท และการจัดงานครั้งที่ 4 จะจัดขึ้นในเดือนก.ย. 2557 เพื่อสร้างการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
นายเสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดี ฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า จุดอ่อนที่ทำให้ธุรกิจดั่งเดิม (โชห่วย) คือการขาดระบบบริหารจัดการที่ดี ทำให้สินค้าที่วางขายในร้านไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าซื้อ และการมีต้นทุนทางธุรกิจที่สูงมาก ทั้งสองปัจจัยทำให้โชห่วยไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ได้







