posttoday
ทีดีอาร์ไอจี้รัฐตั้งสำนักงบประมาณรัฐสภา

ทีดีอาร์ไอจี้รัฐตั้งสำนักงบประมาณรัฐสภา

10 เมษายน 2557

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เกาะติดและผลักดันให้มีการตั้งสำนักงบประมาณรัฐสภา

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เกาะติดและผลักดันให้มีการตั้งสำนักงบประมาณรัฐสภา (PARLIAMENTARY BUDGET OFFICE) หรือ PBO อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ก็ได้จัดสัมมนาปฏิรูประบบการคลังด้วย Thai PBO สร้างกติกาใหม่การใช้จ่ายการเงินประเทศ

สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ในระหว่างที่ประเทศกำลังจะมีการจัดตั้งรัฐสภาใหม่และกำลังเข้าสู่การปฏิรูปประเทศ ก็ควรมีการจัดตั้ง Thai PBO หรือหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณแผ่นดินและระบบการคลังประจำรัฐสภาไปพร้อมกันด้วย เพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการจัดทำงบประมาณ รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบทางการคลัง และผลกระทบทางเศรษฐกิจของการใช้เงินแผ่นดิน

อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณให้มีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องปฏิรูปรัฐสภาก่อน เนื่องจากทำงานภายใต้คำสั่งของฝ่ายบริหาร ซึ่งการจัดตั้ง Thai PBO เป็นกลไกหนึ่งในการช่วยปฏิรูปรัฐสภาได้ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นองค์อิสระที่แท้จริง ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นสำนักงบประมาณหรือเป็นกระบอกเสียงให้รัฐสภา ควรมีการเชื่อมเครือข่ายภาคประชาชน และมีธรรมาธิบาล

ขณะที่ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ควรมีการออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อจัดตั้ง Thai PBO และต้องกำหนดอำนาจหน้าที่ชัดเจน ครอบคลุมไปถึงการวิเคราะห์เงินนอกงบประมาณด้วย รวมทั้งต้องมีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ให้การสนับสนุนข้อมูล

ลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารพัฒนาเอเชีย สำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความเป็นห่วงเรื่องความเป็นอิสระและความเป็นกลางของ Thai PBO เนื่องจากองค์กรนี้จะต้องใช้งบประมาณจากรัฐสภา อีกทั้งมีนโยบายต่างๆ ที่ไม่ผ่านรัฐสภา แต่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเช่นกัน ดังนั้นควรมีหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาช่วยในการตรวจสอบการใช้งบประมาณหรือการดำเนินนโยบายรัฐ

ณดา จันทร์สม คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า การวิเคราะห์งบประมาณควรมีกลไกที่สามารถจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย รวมทั้งไม่ควรที่จะทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และควรให้สาธารณชนมีส่วนรวมในการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณได้ และที่สำคัญ Thai PBO จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปกระบวนการงบประมาณให้เป็นแรงขับเคลื่อนในการสร้างวินัยการเงินการคลัง

ทั้งนี้ จากการวิจัย Thai PBO ที่ได้ทำการวิเคราะห์พื้นที่การคลังผลกระทบทางการคลังนโยบายรถใหม่คันแรก พบว่า โครงการนี้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วงปีงบประมาณ 2557 ในขณะที่ต้นทุนสุทธิโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 23 หมื่นล้านบาท หรือต่ำกว่านั้นหากวิเคราะห์ผลกระทบด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายภาวิน ศิริประภานุกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทีมงานวิจัย Thai PBO กล่าวว่า การศึกษาผลกระทบนโยบายรถคันแรกต่องบประมาณในช่วง 25542560 กรมสรรพสามิตจะมีรายได้จากเก็บภาษีรถยนต์เพิ่มขึ้นสุทธิ 5.5 หมื่นล้านบาท ในขณะเดียวมีรายจ่ายที่รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณคืนภาษีประมาณ 8.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสุทธิแล้วทำให้โครงการนี้ขาดทุน 2.7 หมื่นล้านบาท

ด้าน ศาสตรา สุดสวาสดิ์ อาจารย์คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และทีมงานวิจัย Thai PBO กล่าวว่า ถึงผลวิเคราะห์พื้นที่การคลัง ว่า ส่วนต่างระระหว่างรายจ่ายสูงสุดที่รัฐบาลสามารถจ่ายได้ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณของประเทศในปัจจุบันกับรายจ่ายพื้นฐานที่ไม่สามารถตัดลดลงได้ โดยสรุปว่าในปีงบประมาณ 2557 ไทยมีพื้นที่การคลังประมาณ 78 % คิดเป็นเงินประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หรือรองรับความผันผวนเศรษฐกิจ และเมื่อวิเคราะห์งบประมาณในระยะ 10 ปี (ปี 2556 2566) พบว่ามีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น และมีโอกาสน้อยที่จะรัฐบาลจะมีงบประมาณสมดุลภายในปี 2560

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลใช้เพดานสูงสุดตามกฎหมาย พื้นที่การคลังประเทศไทยยังมีพอสมควร แต่หากต้องการรักษาแนวโน้มการใช้จ่ายที่ผ่านมารวมทั้งการลงทุนใหม่ อาจจะมีการสุ่มเสี่ยงต่อการขาดดุลการคลังเรื้อรัง ทั้งนี้การจัดทำงบประมาณสมดุลสามารถทำได้ แต่ต้องลดการใช้จ่ายลงให้น้อยกว่าแนวโน้ม ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการดูแลสวัสดิการประชาชน

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน