posttoday
ไดกิ้นไต่ผู้นำแอร์บ้านชูประหยัด-รักสิ่งแวดล้อม

ไดกิ้นไต่ผู้นำแอร์บ้านชูประหยัด-รักสิ่งแวดล้อม

09 เมษายน 2557

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

จากสภาพอากาศที่เย็นนานในช่วงต้นปี ประกอบกับปัจจัยลบด้านการเมืองและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าที่มียอดขายสูงในช่วงหน้าร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงตลาดเครื่องปรับอากาศมูลค่าตลาด 3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นปริมาณรวม 1.3 ล้านเครื่อง ที่หลายฝ่ายคาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตน้อยมากหรือทรงตัว

นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ยังออกบทวิเคราะห์การปรับตัวของอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศไทย เมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า ในอนาคตอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศของไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง การขาดแรงงานฝีมือ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการทบทวนกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตอีกครั้ง

ทากาโยชิ มิกิ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ ผู้จำหน่วยเครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อไดกิ้น กล่าวว่า ปัจจุบันไดกิ้นมียอดขายอันดับ 1 ในตลาดเครื่องปรับอากาศโดยรวมในประเทศไทย แต่หากคิดเฉพาะแอร์บ้านและที่อยู่อาศัย แอร์ไดกิ้นยังอยู่อันดับ 2 รองจากแอร์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ซึ่งไดกิ้นตั้งเป้าจะขึ้นเป็นผู้ขายแอร์บ้านและที่อยู่อาศัยเป็นอันดับ 1 ของไทยให้ได้ภายใน 35 ปีนี้

ทั้งนี้ ไดกิ้นได้ตั้งงบทำการตลาด 300 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดเชิงรุก ทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักสินค้าแอร์ของบริษัทที่มีให้เลือกในทุกระดับตลาด ทั้งแอร์บ้านและที่อยู่อาศัยราคาประหยัด แอร์ระดับกลางที่เป็นตลาดใหญ่ของไทย และแอร์ระดับบน

สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายแอร์จำนวน 7,000 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา 10% เป็นการขายแอร์เพื่อเชิงพาณิชย์ และแอร์บ้านและที่อยู่อาศัย ในสัดส่วนอย่างละ 50% ซึ่งหากไม่มีปัญหาการเมือง คาดว่ายอดขายจะขยายตัวได้มากกว่านี้ เนื่องจากอากาศในเมืองไทยปีนี้ร้อนขึ้นค่อนข้างมาก

เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ไดกิ้นได้เปิดตัวแอร์ระดับบนรุ่นไดกิ้น อูรุซาระ เซเว่น ที่ใส่เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การฟอกอากาศ การปรับระดับความชื้นภายในห้อง การทำความสะอาดแผ่นกรองอัตโนมัติ และใช้สารทำความเย็นตัวใหม่ R32 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ไดกิ้นยังมีแผนทำการตลาดกับกลุ่มผู้ประกอบการบ้านและที่อยู่อาศัย ผู้รับเหมา ผู้ออกแบบบ้าน วิศวกรโครงการ เพื่อให้รู้จักกับแอร์ของไดกิ้นมากขึ้น รวมถึงการฝึกอบรมช่างติดตั้งของตัวแทนไดกิ้นทั่วประเทศ 700 แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องและได้ใช้แอร์เต็มประสิทธิภาพสูงสุด

ทากาโยชิ กล่าวว่า การตลาดของแอร์ไดกิ้นจะเน้นจุดแข็งที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในด้านการประหยัดพลังงานจะให้ความสำคัญกับแอร์ไดกิ้นระบบอินเวสเตอร์ที่ประหยัดการใช้พลังงานกว่าระบบเดิม 30% แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าระบบปกติ แต่เมื่อคิดกับค่าไฟที่ประหยัดได้ในระยาว และราคาไฟฟ้าของไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การซื้อแอร์ระบบอินเวสเตอร์จะคุ้มค่ามากกว่า

ในด้านของการเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ไดกิ้นซึ่งเป็นผู้ผลิตสารทำความเย็น R32 จะนำมาใช้แทนสารทำความเย็นเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับแอร์บ้านและที่อยู่อาศัยทุกรุ่นของไดกิ้น ทั้งระบบธรรมดาและระบบอินเวสเตอร์ เพราะสารทำความเย็น R32 ใช้ปริมาณที่น้อยกว่าน้ำยาปกติ 30% แต่ให้ความเย็นที่มากกว่า ที่สำคัญยังช่วยลดภาวะโลกร้อนลดลงถึง 70% และหลังจากนั้นก็ใช้ R32 กับแอร์เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป

ขณะที่กรณีกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง จะกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับแอร์ที่ไม่เกิน 75,000 บีทียู นั้น ผู้บริหารไดกิ้นยอมรับว่าจะส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตของแอร์บ้านที่อยู่อาศัยทุกยี่ห้อ ซึ่งจะส่งผลทำให้ราคาแอร์แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ ยอดขายแอร์ของตลาดโลกเมื่อปี 2555 แอร์ไดกิ้นมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนอันดับ 2 เป็นแอร์ยี่ห้อกรี (GREE) อันดับ 3 ยี่ห้อมีเดีย (MIDEA) ของจีน อันดับ 4 ยี่ห้อแคเรียร์ และอันดับ 5 ยี่ห้อมิตซูบิชิ

ต้องจับตากลยุทธ์การตลาดของไดกิ้นนับจากนี้ว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ โดยเฉพาะการมุ่งเบียดแบรนด์มิตซูบิชิที่ต้องยอมรับว่ามีความแข็งแกร่งในตลาดแอร์บ้านอย่างมากทีเดียว

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน