
แบนท่องเที่ยว
การหายไปอย่างปริศนาของเครื่องบินเอ็มเอช 370 ที่มีการแถลงว่าตกในมหาสมุทรอินเดีย กำลังเป็นประเด็นลุกลาม เมื่อชาวจีนแสดงความไม่พอใจต่อการชี้แจงข้อมูลและบริหารจัดการของมาเลเซีย ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านมาเลเซียขนานใหญ่ในประเทศจีน
การหายไปอย่างปริศนาของเครื่องบินเอ็มเอช 370 ที่มีการแถลงว่าตกในมหาสมุทรอินเดีย กำลังเป็นประเด็นลุกลาม เมื่อชาวจีนแสดงความไม่พอใจต่อการชี้แจงข้อมูลและบริหารจัดการของมาเลเซีย ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านมาเลเซียขนานใหญ่ในประเทศจีน
คนดังหลายคนออกมาเรียกร้องให้บอยคอตการไปเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Ctrip.com เว็บไซต์จองทัวร์ใหญ่ที่สุดของจีน บอกว่า ในช่วง 2 สัปดาห์หลังเครื่องบินหายไปอย่างลึกลับ พบว่าลูกค้าจากภาคเหนือของจีนที่ต้องการเดินทางไปมาเลเซียลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับเอเยนซีทัวร์ระดับท็อปทรีของจีน เช่น ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล เซอร์วิส, ไชน่า ยูธ ทราเวล เซอร์วิส และบีทีจี อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล แอนด์ ทัวร์ ที่บอกตรงกันว่ายอดจองทัวร์ลดฮวบเหมือนกัน
ปัญหาครั้งนี้ นอกจากจะกระทบตรงต่อมาเลเซียแล้ว คนในวงการทัวร์ของจีนยังบอกว่า อาจขยายวงไปถึงแหล่งท่องเที่ยวดังในอาเซียน ซึ่งรวมทั้งไทยด้วยค่ะ เพราะหลายแพ็กเกจทัวร์จัดแบบแพ็กคู่ คือ เที่ยวมาเลเซียและไทย หรือบางอันก็พ่วงสิงคโปร์เข้าไปด้วย
ตอนนี้พอเกิดบอยคอตมาเลเซีย แถมยังแหยงๆ การเมืองไทย ก็น่ากังวลว่าประเทศไทยจะสามารถดึงคนจีนกลับมาเที่ยวไทยได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ
หากพูดถึงนักท่องเที่ยวจีน ต้องบอกว่าตอนนี้เหมือนเป็นขุมทองของประเทศอาเซียน ไม่ว่าจะเกิดกระแสยี้อยู่บ้างในบางแห่ง โดยส่วนของมาเลเซีย ปีที่แล้วรับนักท่องเที่ยวชาวจีนไป 1.79 ล้านคน หรือเพิ่มเกือบ 15% แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้ว ประเมินกันว่ายอดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้อาจลดลง 2040% เลยทีเดียว
ขณะที่คนจีนมาเที่ยวไทยถือเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหญ่ แต่เนื่องจากปัญหาการเมืองภายในประเทศของเราที่ยืดเยื้อ ทำให้เชื่อว่าปีนี้คงมีคนจีนเที่ยวไทยไม่ถึง 4.7 ล้านคน ต่ำกว่าเป้าที่มองไว้ที่ 5.4 ล้านคน ขณะที่ปี 2556 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเติบโตแบบก้าวกระโดด 68.83% เป็น 4.7 ล้านคน
ถ้าพูดเรื่องบอยคอตกันแบบนี้ ต้องย้อนดูสมัยที่จีนและญี่ปุ่นมีปัญหาเรื่องเขตแดนบนเกาะเตียวหยู หรือเซนกากุ เมื่อปลายปี 2555 ตอนนั้นมีกระแสต่อต้านสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นในประเทศจีนอย่างกว้างขวาง
ขณะที่การท่องเที่ยวพบว่ายอดนักท่องเที่ยวจีนไปเยือนญี่ปุ่นลดจาก 1.43 ล้านคน ในปี 2555 เหลือ 9.8 แสนคน ในปีที่ผ่านมา
แต่ล่าสุดมีข้อมูลว่า ผลจากความขัดแย้งครั้งนั้นเริ่มทุเลาเบาบางลงแล้ว ทำให้ชาวจีนกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงต่างประเทศของญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ออกวีซ่า 145,799 ฉบับให้ชาวจีน
การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นแบบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการอ่อนค่าของเงินเยนและการผ่อนปรนกฎวีซ่า ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากทั้งสองประเทศไม่ขัดแย้งอะไรรุนแรงขึ้นอีก ยอดชาวจีนเที่ยวญี่ปุ่นคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กลับมาดูสถานการณ์ของไทยและมาเลเซีย ต้องถือว่าไทยโชคดีมากกว่านะคะ เพราะคนจีนมาไทยลดลง ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการเมืองไทย ซึ่งถ้าเราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน คนจีนคงทยอยกลับมาเที่ยวไทยเหมือนเดิม เพราะเรื่องท่องเที่ยวต้องยอมรับว่าเมืองไทยหลากหลายและสะดวกสบายสุดๆ
ขณะเดียวกัน ก็ต้องเรียนรู้บทเรียนจากมาเลเซียเหมือนกันนะคะว่า หากเกิดวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนต่างชาติจำนวนมากแบบนี้ เราควรจะจัดการอย่างไรถึงจะเหมาะสมที่สุด “การให้ข้อมูลทุกด้านอย่างชัดเจนและรวดเร็วที่สุด” เป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องมีค่ะ เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลายแบบนี้







