
กกพ.ไฟเขียวผลิตไฟฟ้าบนหลังคาได้
“โซลาร์รูฟท็อป” เฮ กกพ.ปลดล็อคไม่ต้องขอใบรง.4 แล้ว ชี้ผลิตไฟฟ้าบนหลังคาไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน
“โซลาร์รูฟท็อป” เฮ กกพ.ปลดล็อคไม่ต้องขอใบรง.4 แล้ว ชี้ผลิตไฟฟ้าบนหลังคาไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน
ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) ว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.สำนักงาน กกพ. ได้ออกประกาศ เรื่อง การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา(Solar PV Rooftop) ไม่ถือเป็นโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า โดยยึดหลักข้อกฎหมายตาม มาตรา 48 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ให้อำนาจหน้าที่ของ กกพ. เป็นผู้กำกับดูแลกิจการพลังงาน เป็นผู้พิจารณาอนุญาตการประกอบกิจการพลังงานได้เลย
ทั้งนี้ กกพ.ได้วินิจฉัยแล้วเห็นว่า อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาโดยสภาพไม่มีลักษณะเป็นโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 ดังนั้น ผู้ยื่นคำขอขายไฟฟ้าในโครงการที่ได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้า รวมทั้งผู้ที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึงไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือ ใบ ร.ง.4 ต่อ กกพ. แต่เป็นกิจการพลังงานที่ต้องแจ้ง ตามประกาศ กกพ. เรื่อง การกำหนดให้กิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตเป็นกิจการที่ต้องแจ้ง พ.ศ.2551
ดร.ดิเรก กล่าวว่า เหตุผลที่เห็นว่าไม่เข้าลักษณะเป็นโรงงานเนื่องจากอุปกรณ์ และรูปแบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาดังกล่าว ไม่มีลักษณะเป็นเครื่องจักร ไม่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้งานอาคารในพื้นที่ใช้สอยปกติ นอกจากนี้ พลังงานแสงอาทิตย์ยังเป็นแหล่งพลังงานที่สะอาด ปราศจากมลพิษ ไม่มีการปล่อยมลพิษทางน้ำ อากาศ หรือเสียง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกับการประกอบกิจการโรงงานทั่วไป ดังนั้นจึงไม่ต้องขอใบรง.4
นอกจากนี้ ยังได้ให้สำนักงาน กกพ. ดำเนินการแจ้ง กฟน. และ กฟภ. ทราบ เพื่อให้ดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ยื่นคำขอขายไฟฟ้าในโครงการที่ได้รับการตอบรับซื้อไฟฟ้า และสำนักงาน กกพ. จะดำเนินการออกใบรับแจ้งการประกอบกิจการพลังงานที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับใบอนุญาตให้กับผู้ยื่นคำขอขายไฟฟ้า เพื่อนำไปยื่นต่อ กฟน. และ กฟภ.ต่อไป
ด้าน น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีที่กกพ.ประกาศให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา ที่มีกำลังผลิตน้อยกว่า 10 กิโลวัตต์ ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือ ใบ ร.ง.4 จะส่งผลเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้าน อาคารพาณิชย์ เจ้าของสำนักงานขนาดเล็ก สามารถติดตั้งเพื่อผลิตใช้ใช้ได้เอง
น.ส.วันดี กล่าวว่า ทางบริษัทฯก็ได้ทำร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการร่วมดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar PV Rooftop) กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แล้ว โดยผู้ที่ใช้ไฟฟ้าของ กฟน.สามารถติดต่อเพื่อให้ทาง กฟน.มาดำเนินการติดตั้งให้ถูกหลักวิชาการเพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็มีแผนธุรกิจที่จะดำเนินการโครงนี้ในปี 2557 ไว้ 3,000 ยูนิต นอกจากนี้ได้วางแผนเชิงรุกเร่งขยายตลาดเจาะลูกค้าเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งหลังคาโรงงาน คลังสินค้า ครอบคลุมภาคธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ กลุ่มบ้านอยู่อาศัย และ กลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์
“ ถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลได้สนับสนุนให้มีการตั้งตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าบนหลังคาบ้านใช้ได้เอง และสามารถยื่นขอจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบของ กฟภ. และ กฟน.ได้ต่อเนื่องถึง 25 ปีด้วย ซึ่งแนวโน้มราคาค่าไฟฟ้าบ้านเราก็มีทิศทางที่ราคาสูงขึ้น เนื่องจากก๊าสธรรมชาติในอ่าวไทยค่อยๆหมดไป ต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ที่จะทำให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ย่อมส่งผลให้ค่าไฟฟ้าต้องขึ้นตามไปแน่นอน จึงเป็นโอกาศดีที่ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และยังถือว่าเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติด้วย” น.ส.วันดีกล่าว
ทั้งนี้ นายสมชาย โรจน์รุ่งวสินกุล รองผู้ว่าการบริหารองค์กร รักษาการผู้ว่าฯกฟน. พร้อมด้วย น.ส.วันดี ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ โครงการร่วมดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar PV Rooftop) และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ณ สำนักงานใหญ่การไฟฟ้านครหลวงแล้วเช่นกัน







