posttoday
สินเชื่อสองเดือนแรกทรงตัวกดดันแบงก์ ไตรมาสแรกแย่

สินเชื่อสองเดือนแรกทรงตัวกดดันแบงก์ ไตรมาสแรกแย่

27 มีนาคม 2557

สินเชื่อรวมเดือน ก.พ. 2557 ยังคงถูกกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้สินเชื่อรวมใน 2 เดือนแรกปีนี้ แค่ทรงตัวจากสิ้นปี 2556 ส่งผลให้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คาดว่าสินเชื่อในไตรมาสแรกมีแนวโน้มเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ซึ่งอาจจะกดดันสินเชื่อทั้งปี 2557 เติบโตต่ำกว่าคาด ที่ 7.6%

สินเชื่อรวมเดือน ก.พ. 2557 ยังคงถูกกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้สินเชื่อรวมใน 2 เดือนแรกปีนี้ แค่ทรงตัวจากสิ้นปี 2556 ส่งผลให้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี คาดว่าสินเชื่อในไตรมาสแรกมีแนวโน้มเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ซึ่งอาจจะกดดันสินเชื่อทั้งปี 2557 เติบโตต่ำกว่าคาด ที่ 7.6%

ดังนั้น บล.กรุงศรี คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “เท่ากับตลาด” และเลือกธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เป็นหุ้นแนะนำ

สินเชื่อเดือน ก.พ. 2557 ทรงตัวจากเดือน ม.ค. โดย KBANK โดดเด่นที่สุด

สินเชื่อรวมเดือน ก.พ. 2557 ของธนาคาร 10 แห่ง ทรงตัวจากเดือน ม.ค. ที่ 8.9 ล้านล้านบาท ยังคงสะท้อนการใช้จ่ายและการลงทุนที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจ ธนาคาร 4 แห่งรายงานสินเชื่อเพิ่มขึ้น แม้ KBANK มีสินเชื่อเติบโตโดดเด่น แต่ก็เป็นการเติบโตในอัตราชะลอตัวที่ 0.5% จากเดือน ม.ค.

นอกจากนี้ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) สินเชื่อเติบโตเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี สินเชื่อของธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่วนสินเชื่อของบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารทหารไทย (TMB) พลิกหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือน ม.ค.

สินเชื่อ 2 เดือนแรกปี 2557 ของ KBANK KTB TMB KKP เติบโตจากสิ้นปี 2556

สินเชื่อรวมใน 2 เดือนแรกปี 2557 ขยายตัวเพียง 0.1% จากสิ้นปี 2556 เท่านั้น มีเพียงธนาคาร 4 แห่ง ที่สินเชื่อเติบโต โดย KBANK (+1.6%) และ KTB (+1.5%) มีสินเชื่อขยายตัวโดดเด่น ขณะที่ KKP และ TMB แม้มีสินเชื่อเติบโต แต่ยังต่ำกว่า 1% ขณะที่ BAY BBL LHBANK SCB TISCO มีสินเชื่อหดตัว ส่วนสินเชื่อของ TCAP ทรงตัวจากสิ้นปี 2556 ทั้งนี้ สินเชื่อเดือน ม.ค.ก.พ. ยังคงแค่ทรงตัวจากสิ้นปี 2556

บล.กรุงศรี คาดว่าสินเชื่อรวมในไตรมาสแรก ปี 2557 อาจจะขยายตัวต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 ปี โดยครั้งล่าสุด สินเชื่อรวมในไตรมาส 3 ปี 2552 หดตัวราว 1% จากไตรมาส 2 ปี 2552

“เราคาดว่าสินเชื่อทั้งปี 2557 มีแนวโน้มเติบโตต่ำเป้าหมายของเราที่ 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ภายหลังสินเชื่อ 2 เดือนแรกปี 2557 อ่อนแอ และปัญหาการเมืองยืดเยื้อฉุดความเชื่อมั่น ส่งผลให้การใช้จ่ายและการลงทุนชะลอตัวกระทบกดดันให้เศรษฐกิจปี 2557 อาจเติบโตต่ำกว่าคาดที่ 3%”

เงินฝากรวมเดือน ก.พ. 2557 ปรับขึ้นเล็กน้อย จากเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือน ม.ค. ที่ 9.76 ล้านล้านบาท

ธนาคารส่วนใหญ่มีฐานเงินฝากขยายตัว ยกเว้น SCB TCAP และ TISCO ขณะที่เงินฝากรวมใน 2 เดือนแรก ปี 2557 ขยายตัว 1.2% จากสิ้นปี 2556 และยังคงเป็น SCB TCAP และ TISCO ที่มีฐานเงินฝากหดตัว ส่วนสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเดือน ก.พ. ลดลงที่ 91.4% จาก 92.6% ในเดือน ม.ค. จากฐานเงินฝากเติบโต

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ความต้องการสินเชื่อชะลอตัว และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2% ในการประชุมวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

บล.กรุงศรี คาดว่าการแข่งขันด้านเงินฝากจะลดลง โดยธนาคารจะให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนดอกเบี้ย มากกว่าการเร่งเพิ่มปริมาณเงินฝากในปีนี้ เพื่อจะรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยไม่ให้ลดลงจากปีที่ผ่านมา

แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2557 จะกลับมาขยายตัว จากไตรมาส 4 ปี 2556

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารในไตรมาสแรก ปี 2557 จะกลับมาขยายตัว จากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ลดลง ขณะที่คาดว่ากำไรอาจจะปรับขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากแม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมจะยังขยายตัว แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอาจลดลง โดยเฉพาะกำไรจากเงินลงทุนลดลง และรายได้เงินปันผลลดลง หลังจากที่กองทุนวายุภักษ์หมดอายุลงในเดือน พ.ย. 2556

นอกจากนี้ คาดว่า ธนาคารจะตั้งสำรองหนี้ฯ มากขึ้นตามหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจที่สูงขึ้น

ดังนั้น คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “เท่ากับตลาด” เลือก KBANK เป็นหุ้นแนะนำ

ถึงกระนั้น แม้แนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไรจะชะลอตัวลงมากเหลือราว 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่พื้นฐานของกลุ่มยังคงแข็งแกร่ง และราคาหุ้นธนาคารซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต กลุ่มซื้อขายที่ราคาต่อมูลค่าบัญชี ปี 2557 ที่ 1.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 1.6 เท่า และซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2557 ที่ 8.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 11.6 เท่า

เลือก KBANK (มูลค่าพื้นฐาน 212 บาท) เป็นหุ้นแนะนำ จากมุมมองต่ออัตราการเติบโตของกำไรต่อเนื่อง คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง และอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูงเป็นลำดับต้นในกลุ่มธนาคาร

นอกจากนี้ แนะนำ “ซื้อ” KTB (มูลค่าพื้นฐาน 23 บาท) หากพิจารณาจากการจ่ายเงินปันผล แนะนำ KKP (เก็งกำไร, มูลค่าพื้นฐาน 45บาท) และ TISCO (ถือ, มูลค่าพื้นฐาน 45.50 บาท)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ