
สทท.ของบกระตุ้นท่องเที่ยวหลังต้นปีร่วงหนัก
สทท.ชงรัฐของบกลาง 250 ล้านบาทกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ หลังสถานการณ์การเมืองทุบรายได้ไตรมาสแรกหายไป 5.08 หมื่นล้าน
สทท.ชงรัฐของบกลาง 250 ล้านบาทกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ หลังสถานการณ์การเมืองทุบรายได้ไตรมาสแรกหายไป 5.08 หมื่นล้าน
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก ดังนั้น สทท.จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสนับสนุนงบประมาณกลางวงเงินรวม 250 ล้านบาท เพื่อผลักดันแผนส่งเสริมและกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังไตรมาสแรกปีนี้เสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปแล้ว 5.08 หมื่นล้านบาท และหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและมีแนวโน้มความรุนแรง คาดว่าครึ่งปีแรกไทยจะเสียรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 1.16 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าครึ่งปีจะเสียรายได้ ไป 8.27 หมื่นล้านบาท
“แม้ว่ารัฐบาลจะยกเลิกประกาศพรก.ฉุกเฉินแล้ว แต่แรงเฉื่อยยังมีอยู่ เพราะยังมีอีกหลายประเทศที่ยังประกาศเตือนการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะกลับสู่สภาพปกติ ทำให้เห็นว่าการใช้งบประมาณ 250 ล้านบาทในการกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาจึงน่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนที่ดี แต่หากระหว่างนี้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณถึงวงเงินดังกล่าวก็ได้” นางปิยะมาน กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังมีการประกาศยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเท่าที่ควร โดยดูได้จากตัวเลขยอดจองห้องพักล่วงหน้าของโรงแรมต่างๆ ในเดือนก.พ.ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 23% และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองในเดือนมี.ค. ที่มียอดจองลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง 22% เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาสแรกของปี 2557 อยู่ที่ 96 เป็นไตรมาสแรกนับตั้งแต่ปี 2556 ที่ผู้ประกอบการประเมินความเชื่อมั่นต่ำกว่าระดับปกติ แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังมีความกังวลใจอยู่ และคาดการณ์ว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาส 2 ปี 2557 จะอยู่ที่ 98 ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556
นางปิยะมาน กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง แต่ก็ยังไม่มีรายงานแจ้งเข้ามาว่ามีผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวในกลุ่มเอสเอ็มอีปิดกิจการไป เนื่องจากผู้ประกอบการเองก็มีประสบการณ์จากเหตุการณ์ความไม่ปกติในสถานการณ์ต่างๆ มาหลายครั้งแล้ว จึงมีประสบการณ์ในการปรับตัว อีกทั้งทางสทท.เองก็มีการประสานกับธนาคารพาณิชย์ในการช่วยด้านสินเชื่อ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้อยู่แล้ว
ด้านนางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานฝ่ายตลาด กล่าวว่า งบประมาณกลางวงเงิน 200 ล้านบาท เป็นวงเงินเดิมที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เคยเสนอขอรัฐบาลมาใช้ทำการตลาดกระตุ้นภาพรวมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งอาจจะมีการจัดกิจกรรมเฟสติวัลบริเวณย่านการค้าราชประสงค์-สุขุมวิท เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมา ส่วนอีก 50 ล้านบาท จะใช้เพื่อกระตุ้นตลาดในประเทศเป็นหลัก เช่น ช่วยเหลือเรื่องค่าเดินทางให้กับคนในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเดินทางมาเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ วงเงิน 30 ล้านบาท ที่เหลือใช้สำหรับอบรมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมอีก
“ขณะนี้จำเป็นต้องเร่งทำการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวที่หายไปกลับมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีมากถึง 60% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาไทย และกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักจะท่องเที่ยวอยู่พื้นที่กรุงเทพฯ และพัทยา รวมทั้งเป็นการดึงกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ให้กลับมา เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่เอเจนซีต่างๆ ทำโบชัวร์ขายแพคเกจทัวร์ช่วงฤดูกาลหนาว (พ.ย.-ธ.ค.) และช่วงฤดูร้อน (มี.ค.-เม.ย.) ล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เราเสียโอกาสไปให้ประเทศเพื่อนบ้านแทนได้”นางพรทิพย์ กล่าว







