
ททท.หวั่น3ปัจจัยกระทบต่างชาติเที่ยวไทย
ททท.หวั่น3ปัจจัย เศรษฐกิจจีน อินเดีย ญี่ปุ่นปรับเพิ่มค่าแวตเพิ่ม 3% กระทบต่างชาติเที่ยวไทย เร่งศึกษาพร้อมปรับแผนตลาดปีหน้ารับมือ
ททท.หวั่น3ปัจจัย เศรษฐกิจจีน อินเดีย ญี่ปุ่นปรับเพิ่มค่าแวตเพิ่ม 3% กระทบต่างชาติเที่ยวไทย เร่งศึกษาพร้อมปรับแผนตลาดปีหน้ารับมือ
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมนำ 3 ปัจจัย ที่คาดว่าจะส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจประเทศจีนและอินเดียมีแนวโน้มชะลอตัว และรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นประกาศปรับค่าธรรมเนียมภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 5% เป็น 8% มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ นำมาวิเคราะห์ศึกษารายละเอียดรายตลาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบต่อฐานนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยกลุ่มใดบ้าง
ทั้งนี้เตรียมนำผลการศึกษาดังกล่าว มาปรับแผนยุทธศาสตร์การตลาดปี 2558 ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยปีหน้า ซึ่งปัจจัยที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้ง 3 ตลาด เดินทางมาประเทศไทยลดลง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวม เนื่องจากทั้ง 3 ตลาดเป็นตลาดหลักที่สร้างรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย โดยตลาดจีนเดินทาง 4.5 ล้านคน ญี่ปุ่น 1.5 ล้านคน และอินเดีย 1.2-1.3 ล้านคน
"แนวทางการทำตลาดปีหน้า ททท.จะนำทุกปัจจัยลบทั้งปัญหาภายในและภายนอกประเทศมาวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนวางแผนยุทธศาสตร์ พร้อมทำแผนบริหารความเสี่ยงสร้างความยืดหยุ่นให้กับการทำตลาด" นายธวัชชัย กล่าว
อย่างไรก็ตามเบื้องต้น แนวทางการรับมือ ททท.จะเน้นการเจาะตลาดเฉพาะ(นิชมาร์เก็ต) ในแต่ละกลุ่มประเทศมากขึ้น เช่น จีน นำเสนอ ตลาดรักษาสุขภาพ กอล์ฟ เป็นต้น รวมถึงการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ สถานที่ช้อปปิ้งแห่งใหม่ เส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคทั่วประเทศไทย
นายธวัชชัย กล่าวว่า ททท.เชื่อว่าในปีหน้าสภาวะเศรษฐกิจการแถบยุโรป อเมริกา จะฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง โดยททท.มีแผนจัดงานกิจกรรมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติวางแผนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าเดือนเม.ย.นี้สถานการณ์ทางการเมืองไทยจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมนำ 3 ปัจจัย ที่คาดว่าจะส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจประเทศจีนและอินเดียมีแนวโน้มชะลอตัว และรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นประกาศปรับค่าธรรมเนียมภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 5% เป็น 8% มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย.นี้ นำมาวิเคราะห์ศึกษารายละเอียดรายตลาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบต่อฐานนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยกลุ่มใดบ้าง
ทั้งนี้เตรียมนำผลการศึกษาดังกล่าว มาปรับแผนยุทธศาสตร์การตลาดปี 2558 ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยปีหน้า ซึ่งปัจจัยที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้ง 3 ตลาด เดินทางมาประเทศไทยลดลง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวม เนื่องจากทั้ง 3 ตลาดเป็นตลาดหลักที่สร้างรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย โดยตลาดจีนเดินทาง 4.5 ล้านคน ญี่ปุ่น 1.5 ล้านคน และอินเดีย 1.2-1.3 ล้านคน
"แนวทางการทำตลาดปีหน้า ททท.จะนำทุกปัจจัยลบทั้งปัญหาภายในและภายนอกประเทศมาวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนวางแผนยุทธศาสตร์ พร้อมทำแผนบริหารความเสี่ยงสร้างความยืดหยุ่นให้กับการทำตลาด" นายธวัชชัย กล่าว
อย่างไรก็ตามเบื้องต้น แนวทางการรับมือ ททท.จะเน้นการเจาะตลาดเฉพาะ(นิชมาร์เก็ต) ในแต่ละกลุ่มประเทศมากขึ้น เช่น จีน นำเสนอ ตลาดรักษาสุขภาพ กอล์ฟ เป็นต้น รวมถึงการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ สถานที่ช้อปปิ้งแห่งใหม่ เส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคทั่วประเทศไทย
นายธวัชชัย กล่าวว่า ททท.เชื่อว่าในปีหน้าสภาวะเศรษฐกิจการแถบยุโรป อเมริกา จะฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง โดยททท.มีแผนจัดงานกิจกรรมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการเดินทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติวางแผนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าเดือนเม.ย.นี้สถานการณ์ทางการเมืองไทยจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น







