
จัยตาเมียนมาร์ปฏิรูปการเงิน-การธนาคาร
ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธนาคารแห่งเมียนมาร์อยู่ในระหว่างการทบทวนแนวทางการปฏิรูประบบการเงินของประเทศใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมาร์ในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นประเด็นที่บริษัททั้งในและต่างประเทศติดตามความเคลื่อนไหวเป็นอย่างมาก เพราะระบบการเงินและการธนาคารที่มีเสถียรภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนต่างชาติ
ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธนาคารแห่งเมียนมาร์อยู่ในระหว่างการทบทวนแนวทางการปฏิรูประบบการเงินของประเทศใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมาร์ในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นประเด็นที่บริษัททั้งในและต่างประเทศติดตามความเคลื่อนไหวเป็นอย่างมาก เพราะระบบการเงินและการธนาคารที่มีเสถียรภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนต่างชาติ
โดยสาระสำคัญของการทบทวนแนวทางปฏิรูปประการหนึ่ง คือ ข่าวการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติที่ผ่านการคัดเลือกจากธนาคารแห่งเมียนมาร์ สามารถเข้ามาให้บริการในเมียนมาร์ในธุรกรรมทางการเงินบางประเภทภายในปี 2557 ซึ่งจะเป็นกำหนดการที่เร็วขึ้นกว่าแผนปฏิรูปเดิม อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อกำหนดหรือรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการคัดเลือกธนาคารพาณิชย์ต่างชาติ หรือประเภทธุรกรรมทางการเงินที่จะอนุญาตแต่อย่างใด
โดยในส่วนของการคัดเลือกนั้น ธนาคารแห่งเมียนมาร์ เปิดเผยว่า อาจจะทำการคัดเลือกจากธนาคารต่างชาติ ที่มีสำนักงานผู้แทนในเมียนมาร์อยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ได้เข้าไปเปิดสำนักงานผู้แทนในเมืองย่างกุ้งแล้ว ณ เวลานี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์และ ธนาคารกรุงไทย
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีข้อกำหนดหรือกำหนดการที่ชัดเจน แต่ด้วยข้อผูกพันตามกรอบการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปที่เมียนมาร์ให้ไว้ต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในเรื่องการเปิดเสรีทางการเงินเมียนมาร์จะต้องดำเนินการอนุญาตให้ธนาคารต่างชาติสามารถเข้ามาให้บริการทางการเงินในเมียนมาร์ได้ภายในปี 2562 เป็นอย่างช้า
ทุกวันนี้ระบบการเงินการธนาคารของเมียนมาร์มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น เริ่มตั้งแต่มีการประกาศลอยตัวค่าเงินจ๊าด เพื่อแก้ไขปัญหาความแตกต่างของอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศในตลาดมืดกับธนาคารพาณิชย์
ระบบการซื้อขายจากเดิมที่เป็นระบบเงินสดเกือบทั้งหมดที่แต่คนจะต้องพกเงินสดติดตัวกันเป็นจำนวนมากเวลาไปไหนมาไหน วันนี้โรงแรมและร้านอาหารชั้นนำต่างๆ ก็เริ่มมีการนำระบบบัตรเครดิตมาใช้กันมากขึ้น มีการให้บริการตู้เอทีเอ็มของธนาคารตามสถานที่สาธารณะหลายแห่ง เช่น ศูนย์การค้า สถานที่ราชการ แหล่งธุรกิจต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่จะเห็นมากขึ้นในเมียนมาร์ อีกทั้งมีการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการจัดการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศฉบับใหม่ในปี 2555 ซึ่งกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ชัดเจนและผ่อนปรนจากกฎหมายฉบับเดิมมากขึ้น
นอกจากนี้แล้ว การปฏิรูปที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในธุรกิจประกันภัย จากเดิมที่มีบริษัทประกันภัยแห่งเมียนมาร์ หรือ Myanmar Insurance ซึ่งเป็นองค์กรที่ถือหุ้นโดยรัฐบาลเป็นผู้รับประกันภัยเพียงรายเดียวในประเทศ
แต่ในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมา เมียนมาร์ก็เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนภายในประเทศ ยื่นคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย โดยกำหนดให้แต่ละบริษัทสามารถให้บริการเป็นผู้รับประกันภัยได้ไม่เกิน 9 ประเภทความคุ้มครองจากทั้งหมด 48 ประเภท ทำให้ ณ ขณะนี้เมียนมาร์มีจำนวนบริษัทประกันภัยกว่าสิบแห่ง แต่ในส่วนของบริษัทต่างชาตินั้น เมียนมาร์มีแผนงานจะเปิดให้บริษัทต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการได้ในปี 2558
ถึงแม้ว่าระบบการเงินการธนาคารในเมียนมาร์ ณ ตอนนี้อาจจะมีความล้าหลังกว่าในหลายๆ ประเทศก็ตาม เพราะสืบเนื่องจากการปิดประเทศมานาน อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ในการรับเอาแนวคิด ระบบการเงิน และธนาคารตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้ ตลอดจนพัฒนาทรัพยากรบุคคลในแขนงนี้ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น
แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเมียนมาร์ในวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความพร้อมของนักลงทุนต่างชาติประกอบกับความตั้งมั่นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่จะปฏิรูปประเทศทั้งในส่วนของภาครัฐบาลและประชาชน ในอดีตการขาดเสถียรภาพในระบบการเงินของเมียนมาร์เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
แต่วันนี้เมียนมาร์ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในการเดินหน้าปฏิรูปในทุกๆด้าน ตามคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลเมียนมาร์ได้ให้ไว้แก่นานาชาติและดูเหมือนจะเดินหน้าพัฒนาตามแนวทางที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง







