
เงินได้ฯเลือกเสียภาษี (ตอน 1)
สัปดาห์นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่กฎหมายให้เลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปกติเงินได้พึงประเมินที่ได้รับต้องนำมาเสียภาษี แต่มีเงินได้พึงประเมินบางประเภท บางรายการที่ได้รับยกเว้นภาษีหรือต้องเสียภาษี แต่กฎหมายให้สิทธิเลือกที่จะนำเงินได้ฯ มารวมคำนวณภาษีประจำปีหรือไม่ก็ได้
สัปดาห์นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินบางประเภทที่กฎหมายให้เลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปกติเงินได้พึงประเมินที่ได้รับต้องนำมาเสียภาษี แต่มีเงินได้พึงประเมินบางประเภท บางรายการที่ได้รับยกเว้นภาษีหรือต้องเสียภาษี แต่กฎหมายให้สิทธิเลือกที่จะนำเงินได้ฯ มารวมคำนวณภาษีประจำปีหรือไม่ก็ได้
ท่านที่มีเงินได้พึงประเมินหลากหลายประเภท พิจารณาดูก่อนว่ามีเงินได้ฯ ใดบ้างที่ต้องเสียภาษีหรือเลือกคำนวณภาษี หรือได้รับยกเว้นภาษี เงินได้ฯ ที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้นคงไม่มีปัญหาใด แต่เงินได้ฯ บางประเภท บางรายการที่ต้องเสียภาษีและผู้จ่ายเงินได้ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายไว้ หรือเสียภาษีไว้แล้ว ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกคำนวณภาษีโดยไม่ต้องนำเงินได้ฯ นั้นมารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษีก็ได้
เงินได้ฯ ที่มีสิทธิเลือกคำนวณภาษี ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้ เงินปันผลจากการถือหุ้นในบริษัท ผลตอบแทนจากการถือหน่วยลงทุนประเภทกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเงินได้ฯ จากการขายอสังหาริมทรัพย์บางกรณี
ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกที่จะนำเงินได้ฯ ที่กล่าวมาข้างต้นมารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะเลือกนำมารวมคำนวณภาษีก็ต่อเมื่อได้คิดคำนวณดูแล้วว่าได้รับเงินภาษีคืน
เงินได้ฯ ที่ต้องเสียภาษีและได้เสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว แต่กฎหมายให้ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกที่จะนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ก็ได้ สรุปได้ดังนี้
• ดอกเบี้ย ได้แก่ ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยเงินฝากสหกรณ์ และดอกเบี้ยตั๋วเงิน โดยปกติผู้จ่ายดอกเบี้ยจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 ของดอกเบี้ยที่จ่ายพร้อมนำส่งกรมสรรพากร ผู้มีเงินได้ฯ มีสิทธิเลือกไม่นำดอกเบี้ยที่ได้รับมายื่นแบบเสียภาษีก็ได้ แต่ถ้าหากเลือกนำดอกเบี้ยมายื่นรวมคำนวณภาษีประจำปี ผู้มีเงินได้จะต้องนำทุกรายการของดอกเบี้ยที่ได้รับในปีนั้นมารวมคำนวณภาษี เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร จะเลือกรายการใดรายการหนึ่งหรือธนาคารใดธนาคารหนึ่งมิได้ ต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับมารวมคำนวณภาษีทุกรายการทุกธนาคาร หากนำดอกเบี้ยมารวมคำนวณภาษีไม่ครบ กรมสรรพากรตรวจสอบได้โดยง่ายจากเลขบัตรประชาชน ก็จะทราบได้ว่าท่านมีเงินได้ฯ จากที่ใดบ้าง
หากท่านนำดอกเบี้ยมารวมคำนวณภาษีประจำปีแล้ว มีภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้มากกว่าภาษีต้องชำระ มีสิทธิขอคืนภาษี หรือไม่ขอคืนก็ได้เพราะเป็นสิทธิของท่าน แต่ก็มีบางท่านที่นำดอกเบี้ยมายื่นรวมคำนวณภาษีแล้วจ่ายภาษีเพิ่มก็มี ข้อดี ของการนำดอกเบี้ยมารวมคำนวณยื่นแบบเสียภาษีประจำปี ก็คือ เป็นการแสดงฐานะทางการเงินได้วิธีหนึ่ง มีแหล่งที่มาของเงินได้ฯ ชัดเจน แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 15 จะใช้สิทธิเลือกนำดอกเบี้ยมารวมคำนวณเสียภาษีประจำปีก็ต่อเมื่อได้รับเงินภาษีคืน
กรณีสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้พึงประเมิน สามีภรรยามีสิทธิที่จะนำเงินได้ฯ ของตนแยกยื่นแบบเสียภาษีในนามตนเอง หรือนำไปรวมคำนวณกับอีกฝ่าย หรือเลือกที่จะไม่นำเงินได้พึงประเมินที่มีสิทธิเลือกคำนวณภาษีไปรวมคำนวณเสียภาษีก็ได้
สิ่งสำคัญของเงินได้พึงประเมินที่กฎหมายให้สิทธิเลือกคำนวณภาษี ก็คือ ต้องเป็นเงินได้ฯ ที่ได้เสียภาษีหรือถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตามที่กฎหมายกำหนด
สัปดาห์หน้าเป็นเงินได้ฯ จากเงินปันผล การขายอสังหาริมทรัพย์บางกรณี และส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวม ซึ่งผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกเสียภาษีประจำปี สวัสดีครับ







