
บ้านใกล้เรือนเคียง
ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านรั้วติดกัน มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมหลายเรื่องคล้ายๆ กัน แม้จะมีความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อน แต่ความสัมพันธ์ในระดับประชาชนโดยรวมยังคงเป็นไปด้วยดี
ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านรั้วติดกัน มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมหลายเรื่องคล้ายๆ กัน แม้จะมีความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อน แต่ความสัมพันธ์ในระดับประชาชนโดยรวมยังคงเป็นไปด้วยดี
เนียม สิพา หนุ่มกัมพูชาที่ร่วมงานกับบริษัท คูโบต้า (กัมพูชา) ในเครือบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น มานาน 6 ปี ยืนยันว่า คนกัมพูชาส่วนใหญ่มีความรู้สึกที่ดีกับคนไทย เหมือนเป็นพี่น้องกัน เพราะนิสัยใจคอก็ใกล้เคียงกัน วัฒนธรรมก็คล้ายๆ กัน ส่วนความขัดแย้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลของสองประเทศต้องตกลงกัน
ที่จริงแล้ว สิพา เรียนจบด้านบัญชีการธนาคาร และสอบติดเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ แต่เขาชอบพบปะผู้คนมากกว่าจึงเลือกทำงานบริษัท และตอนนี้ก็ได้พบปะกับเกษตรกรเพื่อแนะนำความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ
หนุ่มกัมพูชารายนี้พูดภาษาไทยคล่องมาก เพราะในช่วงที่ทำงานกับบริษัทไทยตลอด 6 ปีนี้ เขาได้ใช้ภาษาไทยเยอะมาก ซึ่งสิพารู้สึกชอบภาษาไทย และสนใจเรียนภาษาไทยมาตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษา แม้จะห่างหายไปในช่วงที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปี เพื่อทุ่มเทให้กับภาษาอังกฤษ แต่เขาก็ฝึกฝนภาษาไทยเป็นระยะ
แรงบันดาลใจที่ทำให้ สิพา อยากเรียนภาษาไทย เนื่องจากสมัยเด็กอาศัยอยู่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจยที่ใกล้กับ จ.สระแก้ว ของไทย จึงมีโอกาสได้ดูละคร ภาพยนตร์ และฟังเพลงไทย เลยอยากรู้ภาษาไทยเพื่อจะได้ดูละครไทยได้สะดวก ไม่ต้องรอเวอร์ชั่นแปล ละครไทยสนุก เนื้อหาคล้ายชีวิตจริง และดาราก็เล่นดี ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของไทยด้วย
สิพา บอกว่า เรื่องภาษายังมีความสำคัญกับคนกัมพูชา เพราะการรู้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ไทย จะทำให้มีแต้มต่อที่ทำให้สามารถหางานทำได้เร็วกว่าคนอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่คนกัมพูชาจำนวนไม่น้อยพูดภาษาต่างประเทศได้ รวมถึงภาษาไทย แต่คนรุ่นใหม่ก็หันไปสนใจภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี มากขึ้น
ในความคิดของ สิพา การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนมีประโยชน์ในแง่ที่ทำให้รู้จักกันมากขึ้น แต่ด้านเศรษฐกิจกัมพูชายังไม่พร้อม เพราะยังผลิตอะไรเองไม่ได้ ต้องนำเข้าหมด ขณะที่ไทย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีแต้มต่อมากกว่า กัมพูชาจึงอาจเสียเปรียบ
ขณะเดียวกัน กัมพูชาได้ประโยชน์ในด้านการท่องเที่ยวที่จะมีตลาดใหญ่ขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น ทำให้มีเงินมาพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนยังต้องได้รับการสนับสนุนอีกหลายด้าน เช่น ความสะอาด การพัฒนาบุคลากร และการบริการให้มีมาตรฐาน
แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนข้ามวัฒนธรรม ก็ทำให้สังคมกัมพูชาเปลี่ยนไป หลงลืมวัฒนธรรมของตัวเอง แต่งตัวเซ็กซี่จนเกินงาม และซึมซับพฤติกรรมไม่ดี เช่น ทะเลาะกันรุนแรง
สิพา เดินทางไปเมืองไทยบ่อยๆ ปีละ 34 ครั้ง เพราะต้องไปอบรมและพาลูกค้าไปเที่ยว เคยไปกรุงเทพฯ เลย นครพนม ปทุมธานี พัทยา และอยากไปเที่ยวเชียงราย เมื่อได้มาเห็นเมืองไทยก็รู้สึกว่าพัฒนาไปมาก อยากให้กัมพูชาไม่ถูกทิ้งห่างเรื่องการพัฒนามากขนาดนี้
เขาชื่นชอบอาหารไทย โดยเฉพาะอาหารภาคอีสานที่มีรสจัด แต่ไม่ชินกับปัญหารถติดในกรุงเทพฯ เพราะเดินทางไม่สะดวกเลย ขณะที่ในพนมเปญมีปัญหารถติดบ้าง แต่ไม่หนักเท่ากรุงเทพฯ
“อยากให้คนไทยและกัมพูชาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของกันและกัน เพื่อให้รู้นิสัยและทัศนคติของอีกฝ่าย รวมถึงรู้ว่าอะไรที่อาจทำให้เข้าใจผิด เช่น คนไทยมักเรียกเขมร แต่ที่จริงต้องเรียกขแมร์”
ส่วนเรื่องการเมือง ตอนนี้ไทยและกัมพูชามีปัญหาคล้ายกัน แต่ไทยมีเสรีภาพมาก เห็นได้จากสิทธิในการชุมนุม ซึ่งในกัมพูชาต้องขออนุญาตประท้วงจากกระทรวงมหาดไทยก่อน แต่คนรุ่นใหม่กัมพูชาก็พยายามแสดงพลังมากขึ้น เพราะมีสื่อใหม่ๆ ที่ทำให้ได้เห็นโลกกว้างขึ้น







