
ร้านแห่งสยาม "BOY TSHIRT"รีเฟรชธุรกิจ หลังวิกฤตม็อบ
“สยามสแควร์” ย่านการค้าใจกลางเมืองหลวงแหล่งรวมกำลังซื้อของชนชั้นกลาง
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“สยามสแควร์” ย่านการค้าใจกลางเมืองหลวงแหล่งรวมกำลังซื้อของชนชั้นกลาง และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวในการชุมนุมทางการเมืองถึง 2 ครั้งใหญ่ นับแต่ปี 2553 จนถึงล่าสุด“ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ก่อนมีการส่งมอบคืนพื้นที่แห่งนี้ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ที่มาพร้อมกับการฟื้นตัวของผู้ประกอบการร้านค้า โดยรอบที่เริ่มกลับมาทำตลาดภายใต้ภาวะปกติ
จรัสชัย แสงนาค ร้านเสื้อยืด บอย ทีเชิ้ต (BOY TSHIRT) เปิดเผยว่า หลังการชุมนุมในย่านนี้เริ่มคลี่คลายไป โดยบรรยากาศกำลังซื้อเริ่มคืนกลับมาปกติแล้วนั้น เจ้าของธุรกิจควรเร่งกลับมารีเฟรชหน้าร้าน หรือปรับโฉมใหม่ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ พร้อมกับทำกิจกรรมการตลาดควบคู่กันไป เช่นเดียวกับร้านค้าปลีก บอย ทีเชิ้ต ได้ปรับโฉมตกแต่งหน้าร้านใหม่ให้ดูสดใสขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม จากความไม่สะดวกด้านคมนาคมในย่านนี้จากการชุมนุมช่วงที่ผ่านมา ที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าในย่านนี้พอสมควร แต่ร้านบอย ทีเชิ้ต ก็ไม่ได้ปิดให้บริการแต่อย่างใด เพียงแต่หันมาบริหารเวลาเปิดปิดหน้าร้านใหม่ โดยจะเปิดหน้าร้านตามเวลาปกติ 10 โมงเช้า และปิดให้เร็วขึ้นในเวลาบ่ายสามโมง จากปกติแล้วจะต้องปิดร้านที่อาคารสยามกิตติ์ ในเวลาประมาณสองถึงสามทุ่ม ทุกวัน
ส่วนหนึ่งเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่เอาไว้ ที่อาจยังต้องการแวะมาดูคอลเลกชั่นเสื้อยืดใหม่ๆ ของร้าน รวมถึงหากโชคดีอาจได้ลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาได้เช่นกัน ซึ่งทางร้านเลือกที่จะไม่ปิดให้บริการในช่วงการชุมนุมฯนานกว่า1เดือนที่ผ่านมา และมองว่าเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจมากกว่า เพราะยังต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่ตามปกติให้กับเจ้าของ
นอกจากการเปิดให้บริการหน้าร้านตามปกติแล้ว ร้านบอย ทีเชิ้ต ยังหันไปใช้เครื่องมือสื่ออินเทอร์เน็ต จำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่ายออนไลน์เว็บไซต์ www.boytshirt.com และสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก เพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งค้าปลีกและค้าส่งด้วย รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารสต๊อกสินค้าที่ต้องตรวจสอบจำนวนสม่ำเสมอ ทำให้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการชุมนุมในย่านนี้ ทางร้านไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
นอกจากขายปลีกเสื้อยืดแล้ว ทางร้านยังทำค้าส่งด้วยเพื่อช่วยในเรื่องการบริหารสต๊อกสินค้าไปในตัว ซึ่งรูปแบบหลังถือเป็นการปรับตัวของธุรกิจจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ทางร้านเผชิญมา ทำให้รู้ว่าการทำตลาดค้าส่งจะช่วยลดความเสี่ยงธุรกิจในช่วงที่หน้าร้านไม่สามารถขายของได้ตามปกติ รวมถึงการใช้หน้าร้านออนไลน์เข้ามาเสริมการขายในช่วงดังกล่าว ผลักดันให้ทางร้านมียอดขายจากหน้าร้านปกติและออนไลน์ 50% เท่ากันแล้ว
จรัสชัย เสริมว่า จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจในย่านนี้ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเผชิญกับการชุมนุมหรือม็อบใหญ่ถึง 2 ครั้ง ทำให้ทางร้านได้วางแผนรับมือไว้ก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนการเงินทั้งแบบระยะสั้น กลาง และยาวให้กับกิจการ ด้วยมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่เจ้าของธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยเพราะเจ้าของธุรกิจร้านค้า หรือผู้ประกอบการรายย่อยต่างๆ ที่อยู่โดยรอบสยามสแควร์แห่งนี้จะต้องแบกรับภาระต้นทุนธุรกิจทุกเดือน โดยเฉพาะค่าเช่าที่หรือค่าจ้างพนักงานหน้าร้านรายวัน
“จำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าของธุรกิจจะต้องมีกระแสเงินสดสำรองเพื่อเอาไว้ใช้หมุนเวียนในส่วนนี้ กรณีที่ไม่สามารถรับประกันรายได้ที่จะเข้ามาในช่วงที่กิจการมีปัญหา” จรัสชัย กล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่าการทำร้านเสื้อยืด หากอยากให้มียอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนั้น สิ่งสำคัญคือ การออกสินค้าใหม่ หรือลายเสื้อใหม่ๆ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการออกแบบลายสินค้าใหม่ๆ มีผลกับยอดขายทุกครั้ง หากต้องการมียอดขายเพิ่มขึ้น 10 เท่าก็ต้องออกแบบให้ได้ 10 ลายต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันร้านบอย ทีเชิ้ต มีเสื้อยืดลวดลายต่างๆ ราว 60 คอลเลกชั่น และใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นซื้อ 5 แถม 1 เพื่อส่งเสริมการขายด้วย







