posttoday
หุ้นกลุ่มรับเหมา

หุ้นกลุ่มรับเหมา

18 มีนาคม 2557

เมื่อวันพุธที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวน้อยมาก ราคาหุ้นหลายตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า บางตัวที่ปรับลงก็ขยับลงไม่เกิน 3% นั่นเป็นเพราะตลาดซึมซับกับข่าวดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มรับรู้แล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ที่อยู่ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะโครงการต่างๆ สามารถกลับไปใช้งบประมาณปกติของหน่วยงานในการดำเนินโครงการหรืออาจใช้งบกลาง หรือให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้ให้ก็ยังได้ ประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าของโครงการ ไม่ใช่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แต่อยู่ที่การมีรัฐบาลชุดใหม่

เมื่อวันพุธที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวน้อยมาก ราคาหุ้นหลายตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า บางตัวที่ปรับลงก็ขยับลงไม่เกิน 3% นั่นเป็นเพราะตลาดซึมซับกับข่าวดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มรับรู้แล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ที่อยู่ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะโครงการต่างๆ สามารถกลับไปใช้งบประมาณปกติของหน่วยงานในการดำเนินโครงการหรืออาจใช้งบกลาง หรือให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้ให้ก็ยังได้ ประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าของโครงการ ไม่ใช่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แต่อยู่ที่การมีรัฐบาลชุดใหม่

สำหรับปี 2557 รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายลงทุนไว้ที่ 4.4 แสนล้านบาท ซึ่งได้วางเป้าหมายเร่งให้มีการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 82% ของงบประมาณลงทุน ซึ่งคาดว่าโอกาสที่จะใช้งบประมาณได้ตามเป้าหมายในปีนี้น่าจะเป็นไปได้ยาก โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะเป็นช่วงสุญญากาศที่ไม่มีรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศ และหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง กว่าจะมีการเห็นชอบอนุมัติหรือเริ่มประกวดราคาโครงการใหม่ ก็น่าจะเป็นในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า กว่าจะเซ็นสัญญาและเริ่มลงทุนจึงน่าจะเป็นปี 2558

จากข้อมูลที่ FSS รวบรวมได้ พบว่าจะมีงานประมูลที่ได้ผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลก่อนยุบสภาไปแล้ว 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งสามารถเปิดประกวดราคาได้ในปี 2557 และรอรัฐบาลใหม่มาอนุมัติสัญญาก่อสร้าง ซึ่งกรณีดีที่สุดอาจเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ภายในปี 2557 แต่ความเป็นไปได้ของการเซ็นสัญญาก่อสร้างน่าจะอยู่ในปี 2558 มากกว่า โครงการดังกล่าวมีดังนี้

1) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่คูคต : โครงการนี้มี 4 สัญญา วงเงิน 2.67 หมื่นล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คาดว่าจะเปิดประมูลในไตรมาส 2 ของปีนี้ และลงนามสัญญาก่อสร้างภายในเดือน ต.ค. และเริ่มก่อสร้างได้เดือน พ.ย.ได้ตามแผน และสำหรับแหล่งเงินทุนจะเปลี่ยนไปใช้เงินกู้ไจกา (องค์การเพื่อความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น) และกู้ในประเทศได้

2) โครงการรถไฟทางคู่ : โครงการก่อสร้างทางคู่ช่วงฉะเชิงเทราคลองสิบเก้าแก่งคอย วงเงิน 10,183 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดให้ซื้อแบบประมูลในวันที่ 4-12 มี.ค.ที่ผ่านมา และจะเปิดให้ยื่นเอกสารประมาณวันที่ 10 เม.ย. และประกาศผู้ได้ประมูลราคาต่ำสุดในช่วงกลางเดือน มิ.ย. และคาดว่าอีกประมาณ 6 เดือนจะสามารถลงนามสัญญาได้ ซึ่งน่าจะเป็นปี 2557 โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากกระทรวงการคลัง ซึ่งจะจัดหาแหล่งเงินกู้และค้ำประกันเงินกู้ภายในประเทศให้การรถไฟฯ ในการดำเนินโครงการ และให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้กระทรวงการคลังเพื่อชดใช้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตามความเหมาะสม

3) โครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 น่าจะประมูลช่วงกลางปีนี้ วงเงินประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2560 คาดว่าจะออกแบบและร่างขอบเขตเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ในเดือน เม.ย.นี้ ประมูลจัดหาผู้รับเหมาได้ในเดือน ส.ค. และเริ่มก่อสร้างได้

ส่วนโครงการที่ได้ดำเนินการมาจนมีความพร้อมที่จะประมูล แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากรัฐบาลเดิมก่อนยุบสภามีอยู่ประมาณ 9 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3.8 แสนล้านบาท ยังต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ในการพิจารณา ซึ่งกรณีดีที่สุดอาจเห็นโครงการได้รับอนุมัติบ้างในช่วงครึ่งปีหลัง แต่แนวโน้มน่าจะเป็นปีหน้ามากกว่า

ภาพรวมผลประกอบการในปี 2556 ของผู้รับเหมาหลักที่เราดูแลอยู่ 3 บริษัท คือ CK ITD และ STEC มีกำไรจากการดำเนินธุรกิจหลักรวม 3,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% หลักๆ มาจากรายได้ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน และการบริหารต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายบริหารงานที่มีประสิทธิภาพขึ้น สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2557 คาดว่าจะมีกำไรจะลดลง 3% โดยแนวโน้มรายได้จากการก่อสร้างยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ (เพราะ Backlog หรืองานในมือที่มีอยู่แล้ว) แต่อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะชะลอตัวลงตามต้นทุนก่อสร้างที่ยังสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมกำไรของทั้งสามบริษัทดูชะลอลงไป

หุ้นที่ชอบที่สุดในกลุ่มยังคงเป็น STEC (มูลค่าพื้นฐาน 21 บาท) รองลงมาเป็น CK (มูลค่าพื้นฐาน 20 บาท) เพราะ Backlog ที่มีอยู่มากรองรับรายได้ได้อีก 23 ปีข้างหน้า สำหรับ ITD (มูลค่าพื้นฐาน 3.90 บาท) ไม่ค่อยชอบนักเพราะภาระหนี้ที่สูงและอัตราการทำกำไรที่ต่ำกว่ารายอื่น

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว