
"โฮมโปร" ปักธงมาเลซียตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เสือเหลือง
ตลาดการก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างสดใสในภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ธุรกิจของไทยออกไปขยายกิจการ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ตลาดการก่อสร้างที่กำลังเติบโตอย่างสดใสในภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ธุรกิจของไทยออกไปขยายกิจการ โดยหนึ่งในนั้นคือ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ โฮมโปร ที่พร้อมปักธงในมาเลเซียเป็นประเทศแรกในอาเซียน
คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า โฮมโปรจะเปิดสาขาแห่งแรกในอาเซียนที่ศูนย์การค้าไอโอไอ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือน พ.ย.ปีนี้ โดยโฮมโปรถือหุ้นทั้งหมด 100% มูลค่าการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท และมีแผนจะขยายสาขาให้ครบ 40 แห่ง ภายใน 10 ปี
ปัจจุบัน สาขาในมาเลเซียอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าเมื่อเปิดดำเนินการจะมียอดขายประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี ส่วนเรื่องไลฟ์สไตล์ความชื่นชอบสินค้า บริษัทจะศึกษาเพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าสินค้าจะใกล้เคียงกับที่จำหน่ายในเมืองไทย แต่อาจแตกต่างในรายละเอียดของสินค้า เช่น ลวดลาย และสีสัน เป็นต้น
“สาเหตุที่เลือกมาเลเซียเป็นแห่งแรก เพราะคนมาเลเซียมีไลฟ์สไตล์คล้ายกับคนไทย ชื่นชอบการตกแต่งบ้านที่อยู่อาศัย มีกำลังซื้อมากกว่าไทยหลายเท่าตัว และยังไม่มีธุรกิจลักษณะเดียวกับโฮมโปรในมาเลเซีย”
ขณะเดียวกัน มาเลเซียยังอยู่ติดกับไทย ทำให้การเดินทางไปมาระหว่างกันสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การขนส่งสินค้าทางถนนจะใช้เวลา 2 วัน และยังใช้บริการขนส่งทางเรือได้ด้วย ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ซึ่งการที่ไทยและมาเลเซียใช้กรอบเขตการค้าเสรีภายในภูมิภาคจะยิ่งช่วยทำให้การทำธุรกิจระหว่างกันสะดวกมากขึ้น
ด้านกฎระเบียบทางการค้าต่างประเทศของมาเลเซียค่อนข้างมีความชัดเจนและทันสมัย ผู้ประกอบการและธุรกิจไทยสามารถปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบได้ง่าย เช่น การขออนุญาตเปิดสาขาต้องขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนเรื่องมาตรฐานสินค้า ทางบริษัทได้เชิญเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียมาตรวจสอบโรงงานของผู้ผลิตสินค้าที่เป็นซัพพลายเออร์ให้โฮมโปรในเมืองไทย ซึ่งจะช่วยให้ผลิตสินค้าได้ตรงตามมาตรฐานของมาเลเซียและสามารถเปิดตลาดประเทศอื่นๆในอาเซียนได้เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องภาษีสินค้าพบว่าปรับลดเหลือ 0% เกือบทุกรายการแล้ว
คุณวุฒิ ชี้ว่า แม้มาเลเซียจะมีผู้ผลิตสินค้ากลุ่มก่อสร้าง ตกแต่ง และซ่อมแซมบ้านอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตสินค้ากลุ่มนี้ได้ดีกว่า จึงมีโอกาสส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดมาเลเซียได้มากกว่า ขณะเดียวกันโฮมโปรมีโอกาสนำเข้าสินค้าต่างๆ จากมาเลเซียเข้ามาจำหน่ายในไทยเพื่อเพิ่มความหลากหลายด้วย
นอกจากมาเลเซียแล้ว ในอนาคตโฮมโปรจะต้องขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนอย่างแน่นอน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาหาข้อมูลของประเทศต่างๆ และต้องการทำให้ธุรกิจในมาเลเซียมีความมั่นคงก่อน
“ปัจจัยหลักที่ใช้ประกอบการพิจารณาลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน คือ กฎระเบียบ กฎหมาย ต้องการให้กฎหมายในประเทศปลายทางมีความชัดเจนก่อน เพราะตอนนี้บางประเทศกฎหมายยังไม่เรียบร้อยดีนัก บริษัทจึงไม่อยากจะเสี่ยงเข้าไปลงทุน เพราะจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการลงทุน โดยรูปแบบการออกไปลงทุนในต่างประเทศจะลงทุนเอง 100% เหมือนเดิม”
คุณวุฒิ ทิ้งท้ายว่า การเปิดเออีซีเป็นโอกาสในการขยายตลาดให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจไทยที่มีฐานมั่นคงอยู่แล้วในประเทศ เพราะการเชื่อมโยงภูมิภาคให้แน่นแฟ้นมากขึ้นจะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า เปิดลู่ทางการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้นด้วย







