
กสิกรมองศก.สหรัฐโตจีนแผ่วช่วงสั้น
กสิกรชี้เศรษฐกิจโลกสดใส สหรัฐยังโต แต่ระวังหุ้นปรับฐาน “จีน” แกร่ง มองภาคการผลิตหดตัวช่วงสั้น
กสิกรชี้เศรษฐกิจโลกสดใส สหรัฐยังโต แต่ระวังหุ้นปรับฐาน “จีน” แกร่ง มองภาคการผลิตหดตัวช่วงสั้น
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดโลกตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณบวกและมีทิศทางสดใสมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ และยุโรป โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกมาปรับเพิ่มตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2557 เป็น 3.7% จากที่เคยประเมินไว้ที่ 3.6% ในขณะที่ปีก่อนหน้าสามารถเติบโตที่ระดับ 3% ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ที่ไอเอ็มเอฟได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามแม้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมจะฟื้นตัวขึ้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนเป็นระยะ
สำหรับกองทุนเปิด เค โกลบอลแอลโลเคชั่น (KGA) ซึ่งลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลกยังมีผลงานดีต่อเนื่องและได้จ่ายปันผลในรอบบัญชี (1 มิ.ย. 2556-28 ก.พ. 2557) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย รวม 114.16 ล้านบาท คิดเป็นอัตราปันผล 3.28% ต่อปี
“เศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตแข็งแกร่ง คาดว่าปีนี้จะเติบโต 3.1% จากปีที่ผ่านมาโต 1.9% ส่งผลให้ดัชนีแนสแด็กปรับตัวขึ้นกว่า 30% ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อีกตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน” นายนาวิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นสหรัฐขึ้นค่อนข้างสูง จึงมีความเสี่ยงที่ตลาดอาจปรับฐานในระยะสั้น นักลงทุนควรรอดูสถานการณ์ให้หุ้นปรับฐานก่อน พร้อมกันนี้กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100 (KUSXNDQ) จะจ่ายเงินปันผล เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้น โดยในรอบบัญชี (29 มี.ค. 2556-28 ก.พ. 2557) จ่ายในอัตรา 0.35 บาทต่อหน่วย รวม 5.72 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้งปีบัญชีจ่ายปันผล 3 ครั้ง มูลค่ารวม 0.75 บาทต่อหน่วย หรืออัตราปันผล 5.86% ต่อปี
สำหรับกองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (KCHINA) จะจ่ายเงินปันผลในรอบบัญชี (1 ก.ย. 2556-28 ก.พ. 2557) ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย รวม 63.83 ล้านบาท รวมทั้งปีบัญชีจ่าย 2 ครั้ง รวม 0.40 บาทต่อหน่วย หรืออัตราปันผล 4% ต่อปี โดยยังมองตลาดหุ้นจีนในระยะยาวน่าสนใจ แต่ระยะสั้นอาจได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของภาคการผลิต
ทั้งนี้สถานการณ์ตลาดของจีนยังมีปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมฉบับใหม่ น่าจะทำให้จีนยังคงมีเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงระยะสั้นตลาดอาจได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวของภาคการผลิต ภายหลังดัชนี HSBC PMI หดตัวลงติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน ประกอบกับปัญหากรณี Shadow Banking แม้ว่าภาครัฐได้ออกมาตรการควบคุมอย่างใกล้ชิดก็ตาม
บลจ.กสิกรไทย มองว่าตลาดหุ้นจีนในระยะยาวยังคงมีความน่าสนใจ โดยระดับราคาหุ้นจีนปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในระยะยาว โดยค่า Forward P/E ปัจจุบันของดัชนี MSCI China อยู่ที่ประมาณ 9 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปี ที่ 14 เท่า ดังนั้นอัตราผลกำไรจึงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นได้ในอนาคต นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังให้ความสำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 รัฐบาลมีการตั้งเป้า GDP ที่ระดับ 7.5%”
ทั้ง 3 กองทุนจะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหน่วยที่มีรายชื่อในสมุดทะเบียนวันที่ 28 ก.พ. 2557 และจ่ายเงินในวันที่ 14 มี.ค.นี้ คิดเป็นมูลค่ารวม 183 ล้านบาท







