
คลังจี้กนง.ใช้ยาแรง
ลดดอกเบี้ยรวดเดียว0.5%กระตุ้นศก.‘ซีไอเอ็มบี’ชี้สิ้นปีแนวโน้มขยับขึ้น
ลดดอกเบี้ยรวดเดียว0.5%กระตุ้นศก.‘ซีไอเอ็มบี’ชี้สิ้นปีแนวโน้มขยับขึ้น
คลัง จี้ กนง.อัดยาแรง ลดดอกเบี้ยรวดเดียว 0.5% กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. น่าจะรอเวลาให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายกว่านี้ จึงตัดสินใจ ลดดอกเบี้ยในคราวเดียว 0.5% เพราะเชื่อว่าการลดดอกเบี้ยคราวเดียวในอัตราแรงๆ จะมีผลกระตุ้นการบริโภคการลงทุนได้ดีกว่า เนื่องจากขณะนี้แรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อมีน้อย จึงไม่จำเป็นต้องตรึงดอกเบี้ยในระดับที่สูงต่อไป
“ถ้ารอให้การเมืองนิ่งแล้วลดดอกเบี้ยตูมเดียว 0.5% เอาแบบแรงเลยจะดีกว่า เพราะมี กนง.บางท่านก็กลัวว่าลดดอกเบี้ยน้อยไปจะเสียของ แต่เมื่อดูจากที่ กนง. ปรับลดดอกเบี้ยไป 0.25% ครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าจากนี้คงต้องมีการปรับลดดอกเบี้ยอีก” นายสมชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่ กนง.ตัดสินใจลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% เชื่อว่าเพียงพอต่อการสนับสนุนการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ได้ โดยจะช่วยลดต้นทุนการกู้เงินไปทำธุรกิจภาคเอกชน เพราะขณะนี้เริ่มมีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทยอยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงบ้างแล้ว
นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า นับจากนี้ไปจะยังไม่ใช่ช่วงดอกเบี้ยขาลง โดยจะไม่เห็นการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกในปีนี้ เนื่องจาก กนง.จะเก็บมาตรการทางการเงินไว้รับมือวิกฤตการเงินจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับเศรษฐกิจไทย ทั้งเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนหรือวิกฤตตลาดเกิดใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังมีการปรับลดมาตรการคิวอีของสหรัฐที่มากกว่าเดิม
ทั้งนี้ สำนักวิจัยฯ เห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่วิกฤต แม้ กนง.จะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งตั้งแต่ปลายปี 2556 และวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา รวม 0.50% แต่เพราะต้องการกระตุ้นการใช้จ่าย ลดภาระดอกเบี้ยจากปัญหาหนี้ครัวเรือนเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะได้เห็นดอกเบี้ยปรับขึ้นในช่วงปลายปีนี้ หากปัญหาการเมืองจบ ทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว รวมทั้งหากสหรัฐหยุดมาตรการคิวอี จะส่งผลให้เกิดเงินไหลออกที่มากขึ้น







