
ดอกเบี้ยขาลง
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) ที่มีแนวโน้มลดลงสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง ทั้งตลาดตราสารหนี้ไทย อุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และวงการกองทุนรวม ซึ่งบรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เฮโลออกและเสนอขายกองทุนที่มีนโยบายตราสารหนี้มากในปีนี้ โดยให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) ที่มีแนวโน้มลดลงสร้างแรงกระเพื่อมในวงกว้าง ทั้งตลาดตราสารหนี้ไทย อุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และวงการกองทุนรวม ซึ่งบรรดาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เฮโลออกและเสนอขายกองทุนที่มีนโยบายตราสารหนี้มากในปีนี้ โดยให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์
อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า คนในวงการตลาดตราสารหนี้ มองแนวโน้มดอกเบี้ยอาร์พีจะต้องลดลงภายใน 6 เดือนนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ลดลงในตราสารหนี้ทุกอายุ เช่น อายุ 3 ปี Yield ลดลง 0.3% เหลือ 2.92% เพราะมีแรงซื้อตราสารหนี้ดักเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี
เหตุที่นักลงทุนและตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยขาลง เป็นเพราะตัวเลขเศรษฐกิจทุกตัวฟ้องออกมาว่ายังไม่ดีขึ้นเลย
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างประเทศยังคงมียอดขายสุทธิในขณะนี้ โดยในเดือน ม.ค. มียอดขายทั้งหมด 2.4 หมื่นล้านบาท เดือน ก.พ. ขายน้อยลงเหลือ 6,400 ล้านบาท แต่เมื่อถึงเดือน มี.ค. (111) มียอดซื้อสุทธิ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะในสัปดาห์ก่อน 37 มี.ค. ต่างชาติขนเงินเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยเยอะมาก
ก่อนหน้านี้ที่เม็ดเงินต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยและตลาดหุ้นไทย ส่วนหนึ่งเกิดจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดปริมาณเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) รอบละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน แต่หากในการประชุมรอบนี้ในต้นสัปดาห์หน้าจะปรับลดอีกรอบ ก็ไม่แปลกใจ และไม่มีกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนไหว ยกเว้นว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบนี้ วันที่ 12 มี.ค. 2557 คงจะยากฟันธงว่า มติที่ประชุมจะออกมาเป็นการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากตลาดเสียงแตกมีทั้งยังไม่ถึงเวลาที่ปรับลดดอกเบี้ย เพราะปัจจัยทั้งในและต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน หากรีบลดดอกเบี้ยคราวนี้ ถึงเวลาวิกฤต จะไม่มีกระสุนเอาไว้ใช้
แต่ตลาดก็ยังมีความหวังว่าดอกเบี้ยจะลงในรอบนี้ เห็นได้จากแรงเก็งกำไรในหุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะดอกเบี้ยเป็นต้นทุนสำคัญ ทั้งฝั่งของผู้ประกอบการ และผู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม และเชื่อว่าดอกเบี้ยที่ถูกลงจะเป็นความหวังสุดท้ายที่จะสนับสนุนให้ยอดขายในปีนี้ออกมาไม่น่าเกลียด ท่ามกลางภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว รวมถึงปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ไม่มีใครอยากก่อหนี้ก้อนโตเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะถูกตัดเงินเดือนหรืออาจจะตกงานได้
ทางฟากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ก็นำเสนอกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ออกมาเชิญชวนให้นักลงทุนซื้อเก็บไว้กินผลตอบแทน ในภาวะดอกเบี้ยต่ำเตี้ย
ล่าสุด บลจ.กสิกรไทย เปิดขาย 4 กองทุนตราสารหนี้ใหม่ ระหว่างวันที่ 1117 มี.ค.นี้ เพิ่มทางเลือกลงทุนตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 1 ปี ชูผลตอบแทน 2.6-3.25% เน้นลงทุนตราสารหนี้ผสมทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีดี (KFI3MED) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.6% ต่อปี







